KEY
POINTS
แหล่งข่าวในวงการถั่วเหลือง เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์การนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถนำเข้าถั่วเหลืองได้ เนื่องจากต้องรอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาการเปิดตลาดนำเข้าเมล็ดถั่วหลือง ว่า ปัจจุบันสต็อกเมล็ดถั่วเหลืองของผู้ประกอบการเริ่มอยู่ในระดับวิกฤต เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าภายใต้สิทธิประโยชน์ภาษีเดิมได้ และเมื่อวัตถุดิบขาดแคลน จะส่งทำให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันพืชสูงขึ้น และมีผลต่อราคาน้ำมันพืชจะราคาสูงขึ้นทันที
แหล่งข่าว ระบุว่า ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนผ่านคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมการพืชน้ำมันฯ ชุดเดิมจะสิ้นสุดสภาพลงทำให้ต้องมีการกระบวนการจัดตั้งและยืนยันคณะกรรมการชุดใหม่ โดยกว่าจะมีการประชุมบอร์ดพืชน้ำมันเพื่อเคาะมาตรการได้ ต้องรอจนถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568
แต่หลังจากบอร์ดพืชน้ำมันมีมติให้คงมาตรการเดิม คือภาษี 0% และส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อบรรจุเข้าวาระ ครม. แต่ตอนนี้เรื่องกลับติดค้างอยู่ที่ขั้นตอนการตีความทางกฎหมายของ สลค. ก่อน เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ
โดยต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า มาตรการนำเข้าถั่วเหลืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นภาระผูกพันไปยังรัฐบาลชุดต่อไป หรือไม่ หากตีความว่าเป็นการผูกพันรัฐบาลหน้า ครม. รักษาการอาจไม่มีอำนาจอนุมัติได้ในทันที
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการพยายามเสนอทางออกหลายรูปแบบในที่ประชุม เช่น การขยายกรอบระยะเวลาเดิมออกไปก่อน หรือการใช้หลักเกณฑ์เดิมเป็นการชั่วคราว แต่ข้อเสนอทั้งหมดไม่ได้รับการยอมรับเนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดกล้าตีความข้อกฎหมายในช่วงรอยต่อทางการเมือง ทำให้มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถออกกฎระเบียบเพื่อดำเนินการต่อไปได้
ขณะที่ เรื่องการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองในประเทศเพื่อลดการนำเข้านั้น ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศและดินที่เหมาะสมกับการปลูกถั่วเหลืองน้อยมาก
อีกทั้งต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทยยังสูงเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เกษตรกรจึงนิยมปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่า ส่งผลให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองเป็นหลัก
แหล่งข่าว กล่าวว่า กรณีดังกล่าวส่งผลต่อสต็อกเมล็ดถั่วเหลืองของผู้ประกอบการเริ่มอยู่ในระดับวิกฤต เพราะถ้ากรณีนี้ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันพืชสูงขึ้น จะทำให้ราคาน้ำมันพืชจะราคาสูงขึ้นตามไปด้วย และจะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปพุ่งสูงขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของครัวเรือนรวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และปศุสัตว์
ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีความต้องการใช้เมล็ดถั่วเหลือง ปริมาณ 4.02 ล้านตัน ซึ่งไทยได้มีการมีนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลืองสำหรับมนุษย์บริโภค ตามกรอบ WTO ประมาณ 3.9 ล้านตัน/ปี และ มีผลผลิต ในประเทศ ปริมาณ 0.016 ล้านตัน/ปี
ขณะที่ กากถั่วเหลือง ปี2568 มีความต้องการใช้ ประมาณ 2 - 3 พันตัน/ปี โดยมีปริมาณการนำเข้าประมาณ 2 - 3 พันตัน/ปี
ปัจจุบันราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลืองภายในประเทศมีการปรับขึ้นแล้ว 20% หรือ 2.30 บาท/กิโลกรัม โดยเริ่มจากราคาขายวันที่ 8 มกราคมอยู่ที่ 14.85 บาท/กิโลกรัม มีการปรับขึ้น 2 ครั้ง ในวันที่ 9 และ 12 มกราคม 2568 ในราคา 0.50 บาท และ 0.30 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ