KEY
POINTS
ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบไม่สามารถหาช่องทางการระบายน้ำนมดิบที่มีอยู่ได้ทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโดนมได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จากมติคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ได้สรุปรายงานในขณะนั้นว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ จำนวน 32 แห่ง ผลิตน้ำนมดิบได้ 211.336 ตัน ปัจจุบันลดลงเหลือ 181.713 ตันต่อวัน แต่ก็ยังไม่สามารถหาช่องทางการระบายน้ำนมดิบได้
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากปัญหาดังกล่าวนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ หน่วยงานรับผิดชอบคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ นัดหารือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมที่มีความต้องการใช้นมผงและครีม เพื่อร่วมเจรจาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด
“แผนการรับซื้อน้ำนมดิบจากเดิมทางสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย รับซื้อ 23.439 ตันต่อวัน ขณะที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ทบทวนตัวเลขใหม่ จากเดิมรับซื้อวันละ 140 ตัน ลดเหลือ 108 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือส่งให้สหกรณ์วังน้ำเย็น ผลิตเป็นนมผงเต็มมันเนย จากเดิม 41.713 ตันต่อวัน เพิ่มเป็น 73.713 ตันต่อวัน ควบคู่ผู้เลี้ยงลดกำลังการผลิตลง”
ปัจจุบันประเทศไทย มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ 15,873 ราย จำนวนโคนม 563,245 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 3,000 ตัน/วัน โดยมีปริมาณน้ำนมดิบตาม MOU 2,800-3,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็น 2 ตลาดหลัก คือ นมโรงเรียน 30% และนมพาณิชย์ 70%
แหล่งข่าว กล่าวว่า สาเหตุที่น้ำนมดิบล้นตลาด เกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่คือ 1. อ.ส.ค. ขาดสภาพคล่อง ทำให้ลดการรับซื้อน้ำนมดิบลง 2.การจัดสรรโควตาในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน หรือ นมโรงเรียนได้น้อยลง จากจำนวนเด็กลดลงจาก 8.7 ล้านคน เหลือ 6.3 ล้านคน ทำให้น้ำนมดิบจากการใช้ 1,200 ตันต่อวัน เหลือ 900 ตันเศษต่อวัน ส่งผลทำให้เอกชน/สหกรณ์ ในกลุ่มนี้รับน้ำนมดิบน้อยลง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการอนุมัตินำเข้านมผงแต่อย่างใด ข้อสังเกต อ.ส.ค.และนมโรงเรียน ใช้น้ำนมดิบจากเกษตรกรในประเทศเท่านั้น ไม่ผสมนมผง ซึ่งต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่เช่นนั้นจะสร้างภาระให้กับอุตสาหกรรมและเงินภาษีของประชาชนที่ต้องนำมาสนับสนุนโครงการนมโรงเรียน 14,000 ล้านบาทต่อปี
แหล่งข่าวจากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ทางผู้ประกอบการ มีสมาชิกกว่า 70 โรง พร้อมที่จะรับซื้อนมผงที่ผลิตในไทย หากราคาและคุณภาพ ตรงตามความต้องการ
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และประธานอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงโคนม เป็นเกษตรกรรายเล็ก โดยให้รวมกันเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ ในลักษณะแปลงใหญ่ ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีแปรรูปร่วมกัน และผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ร่วมกัน เพื่อจะได้ประหยัดต้นทุนการผลิตของสหกรณ์และสมาชิกให้สู้กับนมจากต่างประเทศที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าได้ในระยะกลางและระยะยาว ส่วนระยะสั้น ส่งให้สหกรณ์โคนมวังเย็น ที่เป็นสหกรณ์เดียวในประเทศที่มีเทคโนโลยีการเป่าแปรสภาพน้ำนมดิบให้เป็นนมผง และแปรรูปนมอัดเม็ด ตลอดจนผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้ตรงกับผู้บริโภคมากขึ้น จะแก้ปัญหานมทั้งระบบของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
นายอำนวย ทงก๊ก ที่ปรึกษาประธานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น กล่าวว่า ทางสหกรณ์มีความพร้อมที่จะเปิดโรงงานรับน้ำนมดิบได้มากกว่า 7 หมื่นตัน เมื่อคำนวณเป็นนมผง มีกำลังการผลิต ปีละ 6,500 ตัน โดยกระบวนการผลิตนมผงมีคุณภาพและได้มาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศ ปัจจุบันได้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,167 วันที่ 18 - 21 มกราคม พ.ศ. 2569