KEY
POINTS
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าต่อยอดอาชีพด้วยการเลี้ยง “ปูทะเล” สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูงในตลาด โดยประยุกต์แนวคิด “เปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส” นำ ปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นปลาต่างถิ่นรุกราน มาใช้เป็นเหยื่อและอาหารเลี้ยงปู ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ และสนับสนุนการกำจัดปลาต่างถิ่นออกจากระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวกาญจนา โชติช่วง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว หมู่ที่ 3 ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า เดิมเกษตรกรในพื้นที่เริ่มจากการเลี้ยงปลากะพงขาวในบ่อ เพื่อช่วยควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนอาหารสัตว์และแก้ปัญหาปลาต่างถิ่นได้ในระดับหนึ่ง ก่อนจะขยายผลมาสู่การเลี้ยง ปูทะเล เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง และบางช่วงมีราคาจำหน่ายสูงถึง กิโลกรัมละ 750 บาท
การต่อยอดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเล “พลิกวิกฤตพิชิตปลาหมอคางดำ” ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาต่างถิ่นควบคู่กับการสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ด้าน นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการของกรมประมง ในการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ โดยนำปลาดังกล่าวมาบด หรือแปรรูปเป็นอาหารเลี้ยงปูทะเล เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เกษตรกรจำนวน 25 ราย ในตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย ได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปูทะเล จากสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี รายละ 800 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยง พร้อมมีการกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการบันทึกข้อมูลการให้อาหารและการเจริญเติบโตของปู เป็นประจำทุกวัน โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประเมินผลและจัดทำสถิติ เพื่อเตรียมขยายผลโครงการไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต
นางสาวกาญจนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มเกษตรกรนิยมใช้หัวปลา เศษปลา หรือปลาเป็ดที่ต้องซื้อจากเรือประมงมาเป็นอาหารเลี้ยงปู แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้ปลาหมอคางดำแทน ซึ่งสามารถจัดหาได้จากการจับในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือรับซื้อจากชุมชน ทำให้ ลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านที่จับปลาหมอคางดำมาจำหน่ายเป็นเหยื่อเลี้ยง
“โครงการเลี้ยงปูทะเลเป็นโครงการที่เห็นผลจริง ทั้งในด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และ การจัดการทรัพยากรในชุมชนอย่างมีส่วนร่วม อีกทั้งยังสามารถเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ที่ประสบปัญหาปลาต่างถิ่น นำแนวทางนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเองได้” นางสาวกาญจนา กล่าว
ทั้งนี้ รอบการเลี้ยงปูทะเลใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถจับจำหน่ายได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ของเกษตรกร ควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลากะพงขาว และยังช่วยให้ชุมชนมีบทบาทในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน