'ศุภจี' ยกทัพบุกซาอุฯ เจรจาผู้ผลิตอาหารสัตว์-หอการค้า-ห้างยักษ์ Lulu

01 ธ.ค. 2568 | 04:52 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ธ.ค. 2568 | 05:20 น.

'ศุภจี' รมว.พาณิชย์ เตรียมโรดโชว์ริยาด 3–5 ธ.ค. 68 เร่งกระชับความร่วมมือการค้า–การลงทุน เจรจาผู้ผลิตอาหารสัตว์–ค้าปลีกรายใหญ่ คาดดันโอกาสผู้ประกอบการไทยรับอานิสงส์วิสัยทัศน์ซาอุฯ 2030

KEY

POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการค้าไทย-ซาอุฯ
  • มีกำหนดการเจรจาธุรกิจกับภาคเอกชนรายสำคัญ ได้แก่ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่นำเข้ามันสำปะหลังจากไทย, ประธานสภาหอการค้าซาอุฯ และผู้บริหารห้าง LuLu Hypermarket
  • คณะของไทยจะเข้าร่วมงาน Thai Food Village ในเทศกาลอาหาร Saudi Feast Food Festival 2025 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

ซาอุดิอาระเบียถือเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้ายุทธศาสตร์ของไทยในปี 2567 เป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทยในตลาดโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภายหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียนับเป็นโอกาสของภาคเอกชน ที่จะได้สามารถเข้าไปทำการค้า ลงทุน และเป็นไปตามเป้าหมาย วิสัยทัศน์ ค.ศ. 2030 

โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการบริการ วัสดุก่อสร้างและบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ฮาลาล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเดินทางไปเยือนเมืองริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย และมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเดินทางไปด้วย ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าไทย-ซาอุฯ รวมถึงเข้าร่วมงาน Thai Food Village ภายในงาน Saudi Feast Food Festival 2025 ในวันที่ 3 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ช่วงเวลา 10.00 -11.00 น. มีกำหนดการพบและหารือกับผู้ผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งนำเข้ามันสำปะหลังจากไทย  ขณะที่ช่วงบ่าย มีกำหนดพบหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซาอุฯ (H.E. Dr. Majid Bin Abdullah Alkasabi, ณ สํานักงานการค้าต่างประเทศซาอุฯ (General Authority of Foreign Trade: GAFT) และพบหารือกับ Mr. Hassan bin Mujeb Al-Huwaizi ประธานสภาหอการค้าซาอุฯ (President of the Federation of Saudi Chambers) รวมถึงพบหารือผู้บริหารห้างสรรพสินค้า LuLu Hypermarket ซึ่งนําเข้าสินค้าจากไทย 

โดยช่วงเย็น นางศุภจี จะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองคณะทูตานุทูตในกรุงริยาดและบุคคลสำคัญของซาอุฯ ณ ทําเนียบเอกอัครราชทูต

สำหรับซาอุดิอาระเบียถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้ายุทธศาสตร์ของไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ภาคเอกชนมีกำลังซื้อ และมีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารฮาลาลจำนวนมาก รวมทั้งยังมีบทบาทนำในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปค รวมทั้งมีบทบาทนำในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ล่าสุดสำหรับปี 2568-2569 ไทยและซาอุฯ เห็นชอบที่จะยกระดับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าในด้านต่าง ๆ อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและงานแสดงสินค้าระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการวางแผนพัฒนาประเทศ การร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น หุ่นยนต์ ยานยนต์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

รวมทั้งความร่วมมือด้านอาหารฮาลาล ยา และสมุนไพร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จัดทำนโยบายดูแลผู้สูงอายุเพื่อให้สอดรับกับทิศทางสังคมไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ซาอุฯมีแผนปฏิรูปเศรษฐกิจตาม “วิสัยทัศน์ ค.ศ. 2030” จะเปลี่ยนรูปแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจซาอุดีอาระเบีย จากเดิมที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันของภาครัฐไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจโดยภาคเอกชน โดยคาดว่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับซาอุดีอาระเบียมากยิ่งขึ้น 

โดยเฉพาะในสาขาสาธารณสุข พลังงานทดแทน วัสดุก่อสร้าง ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อาหารแปรรูปและอาหารฮาลาล 

ทั้งนี้การส่งออกผลิตภัณฑ์และสินค้าฮาลาลไปยังซาอุดีอาระเบียในปัจจุบันนั้นมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากล่าสุดหน่วยงานอาหารและยาซาอุดีอาระเบีย (SFDA) ได้ให้การยอมรับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลาม ซึ่งเป็นหน่วยงานออกเครื่องหมายรับรองฮาลาลของประเทศไทย (Certification Body) ทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ใช่ ประเทศมุสลิม (non-Muslim) ได้รับการรับรองและสามารถส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังซาอุดีอาระเบียได้

สำหรับการค้าระหว่างไทยกับซาอุฯ ในปี 2567 ซาอุดีอาระเบียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทยในตลาดโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มูลค่าการค้ารวมระหว่างสองประเทศอยู่ที่ 7,757.03 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.66% จากปีก่อนหน้า และมีสัดส่วนการค้าคิดเป็น 1.28% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย และไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 2,043.68 ล้านดอลลาร์

ขณะที่มูลค่าการค้าในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2568 มีมูลค่า 5,815.82 ล้านดอลลาร์ ลดลง 0.37% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 1,917.81 ล้านดอลลาร์

ด้านการส่งออกสินค้าของไทยไปยังซาอุดีอาระเบียในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2568 ไทยส่งออกไปซาอุดีอาระเบียเป็นมูลค่า 1,949.00 ล้านดอลลาร์ ลดลง 9.10% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกในปี 2567 ได้แก่

  1. รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ 
  2. ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
  3. ผลิตภัณฑ์ยาง
  4. อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป
  5. เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
  6. เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 
  7. ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 
  8. อัญมณีและเครื่องประดับ 
  9. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
  10. เคมีภัณฑ์

ส่วนการนำเข้าสินค้าของไทยจากซาอุดีอาระเบียในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2568 ไทยนำเข้าจากซาอุดีอาระเบียเป็นมูลค่า 3,866.81 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.69% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

สินค้านำเข้าสำคัญ 10 อันดับแรกในปี 2567 ได้แก่ 

  1. น้ำมันดิบ
  2. ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์
  3. เคมีภัณฑ์
  4. สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์(
  5. ก๊าซธรรมชาติ
  6. น้ำมันสำเร็จรูป 
  7. พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 
  8. ผ้าผืน 
  9. เชื้อเพลิงอื่น ๆ 
  10. ผลิตภัณฑ์กระดาษ