ไทยติดโผ 89 ประเทศ ผ่านกฎประมงสหรัฐ ลุยคุมเข้มนำเข้าวัตถุดิบ ป้องตลาด 3.8 หมื่นล้าน

21 พ.ย. 2568 | 21:30 น.

ไทยได้คะแนนเพิ่ม ผ่านเกณฑ์ MMPA จากสหรัฐ ขึ้นแท่น 1 ใน 89 ประเทศที่ทำประมงไม่กระทบสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ส่งออกสหรัฐ เดินหน้าต่อไม่สะดุด ขณะที่ กรมประมง เร่งจัดหาวัตถุดิบเพิ่มจากประเทศที่ไม่ถูกแบน ป้องตลาด 3.8 หมื่นล้านไม่ให้เสี่ยงปิดประตู

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ รับรองมาตรฐานการทำประมงของไทยว่าไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้ไทยเป็น 1 ใน 89 ประเทศที่สามารถส่งออกสินค้าสัตว์น้ำที่จับในประเทศไปสหรัฐฯ ได้
  • ไทยต้องคุมเข้มการนำเข้าวัตถุดิบ โดยไม่สามารถใช้สัตว์น้ำจาก 42 ประเทศที่ไม่ผ่านมาตรฐานของสหรัฐฯ มาผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้
  • เพื่อรักษาตลาดส่งออกไปสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ากว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบในประเทศหรือจากแหล่งที่ผ่านการรับรอง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 รัฐบาลของสหรัฐอเมริกา โดยองค์การสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) ได้ประกาศผลการพิจารณาการเทียบเคียงตามกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์นํ้าเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (Marine Mammal Protection Act: MMPA) อย่างเป็นทางการใน Federal Register และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ สำหรับรายการสินค้าประมงทั้งหมด 2,500 รายการ จากประเทศคู่ค้า 135 ประเทศทั่วโลก

ไทยติดโผ 89 ประเทศ ผ่านกฎประมงสหรัฐ ลุยคุมเข้มนำเข้าวัตถุดิบ ป้องตลาด 3.8 หมื่นล้าน

นายประพันธ์ โนระดี หัวหน้ากลุ่มวิเคราะห์การค้าสินค้าประมงระหว่างประเทศ กรมประมง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สำหรับรายการสินค้าประมงทั้งหมด 2,500 รายการ จากประเทศคู่ค้า 135 ประเทศทั่วโลก ผลการพิจารณาปรากฏว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 89 ประเทศที่ผ่านการประเมินรายการสัตว์นํ้าที่ได้จากเครื่องมือประมงของประเทศไทย โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาทั้งหมด อีกทั้งการทำประมงของประเทศไทยที่อยู่ในบัญชีรายชื่อการประมงต่างประเทศ (List of Foreign Fisheries: LOFF) ผ่านเกณฑ์การเทียบเคียงมาตรการทางกฎหมายของไทยกับกฎหมาย MMPA ของสหรัฐเรียบร้อยแล้ว ซึ่งยืนยันว่าสินค้าสัตว์นํ้าที่จับภายในน่านนํ้าไทย โดยเรือประมงไทย ไม่กระทบต่อการบาดเจ็บ ตาย และการดำรงอยู่ของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม สามารถส่งออกไปยังสหรัฐได้ทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ อีกด้านหนึ่งที่มีการนำเข้าวัตถุดิบสัตว์นํ้าจากประเทศต่าง ๆ มาผลิตและแปรรูปเพื่อส่งออก จะไม่สามารถส่งออกสินค้าประมงที่ผลิตหรือใช้วัตถุดิบสัตว์นํ้าที่อยู่ในรายการชนิดสัตว์นํ้าที่ได้จากเครื่องมือประมงและแหล่งทำการประมงของประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินตามกฎหมาย MMPA ไปยังสหรัฐ ซึ่งจากผลการประเมินล่าสุด มี 42 ประเทศที่ไม่ผ่านเกณฑ์ คือ บังกลาเทศ บราซิล แคเมอรูน ชิลี จีน โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กานา เกรนาดา กินี อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ เคนยา ไลบีเรีย มาดากัสการ์ มาเลเซีย มอริเตเนีย เม็กซิโก โมซัมบิก เมียนมา (พม่า) นามิเบีย นิวแคลิโดเนีย ไนจีเรีย โอมาน เปรู ฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย เซเนกัล โซมาเลีย เกาหลีใต้ ศรีลังกา เซนต์คิตส์ เซนต์ลูเซีย ซูรินาเม ไต้หวัน แกมเบีย โตโก ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม

 

ไทยติดโผ 89 ประเทศ ผ่านกฎประมงสหรัฐ ลุยคุมเข้มนำเข้าวัตถุดิบ ป้องตลาด 3.8 หมื่นล้าน

 

นายประพันธ์กล่าวอีกว่า จากสถิติการนำเข้าสินค้าประมงของด่านตรวจประมง กรมประมง และจากผลการประเมินการเทียบเคียงตามกฎหมาย MMPA ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 พบว่า ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าสัตว์นํ้าไปสหรัฐที่ใช้วัตถุดิบจาก 21 ประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินตามกฎหมาย MMPA ของสหรัฐ โดยมีปริมาณส่งออก 22,200-33,000 ตัน มูลค่า 1,700-2,500 ล้านบาท ของภาพรวมการส่งออกสินค้าประมงไทยไปสหรัฐปี 2567 มูลค่า 38,402.13 ล้านบาท

สำหรับสินค้าสัตว์นํ้าที่ไม่ผ่านการประเมินฯ ที่ไทยนำเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรกในปี 2567 ได้แก่ 1.ปลาทูน่าท้องแถบ ปริมาณ 83,557.58 ตัน มูลค่า 9,487.21 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 55.44 ของมูลค่าการนำเข้าสัตว์นํ้าที่ไม่ผ่านการประเมินฯ ทั้งหมดของไทย นำมาใช้ในการผลิตหรือแปรรูปเพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 10-15 ของการนำเข้า หรือประมาณ 8,355.76-12,533.64 ตัน คิดเป็นมูลค่า 948.72-1,423.08 ล้านบาท

2.ปลาซาบะ ปริมาณ 68,650.58 ตัน มูลค่า 3,402.29 ล้านบาท โดยนำเข้าจากประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินฯ รวม 36,397.40 ตัน มูลค่า 1,424.54 ล้านบาท คาดว่าปลาซาบะที่ไทยนำเข้าจากประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินฯ นำมาใช้ในการผลิตหรือแปรรูปเพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 10-15 ของการนำเข้า หรือประมาณ 3,639.74-5,459.61 ตัน คิดเป็นมูลค่า 142.45-213.68 ล้านบาท

ไทยติดโผ 89 ประเทศ ผ่านกฎประมงสหรัฐ ลุยคุมเข้มนำเข้าวัตถุดิบ ป้องตลาด 3.8 หมื่นล้าน

3.ปลาซาร์ดีน ปี 2567 ไทยนำเข้าปลาซาร์ดินทั้งหมด 124,997.75 ตัน มูลค่า 3,758.18 ล้านบาท โดยนำเข้าจากประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินฯ รวม 46,579.42 ตัน มูลค่า 1,276.81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37.26 และ 33.97 ของปริมาณและมูลค่าการนำเข้าปลาซาร์ดินทั้งหมดของไทย คาดว่าปลาซาร์ดินที่ไทยนำเข้าจากประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินฯ นำมาใช้ในการผลิตหรือแปรรูปเพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 10-15 ของการนำเข้า หรือประมาณ 4,657.94-6,986.91 ตัน คิดเป็นมูลค่า 127.68-191.52 ล้านบาท

“เพื่อรักษาการส่งออกสินค้าประมงของไทยไปสหรัฐฯ ปี 2567 ปริมาณ 235,644.77 ตัน มูลค่า 38,402.13 ล้านบาท ผู้ผลิตและส่งออกไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบสัตว์นํ้าที่จับในประเทศมากขึ้น หรือนำเข้าจากแหล่งที่ผ่านการประเมินตามกฎหมาย MMPA ของสหรัฐฯ รวมถึงมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าประมงจากการจับของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ไม่ได้มาจากแหล่งทำการประมงที่ไม่ผ่านการประเมินตามกฎหมาย MMPA ของสหรัฐ”

 

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,151 วันที่ 23 -26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568