thansettakij
thansettakij
8  ก.ย.! เปิดรับสมัคร สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวประมง 3 พันล้านบาท

8 ก.ย.! เปิดรับสมัคร สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวประมง 3 พันล้านบาท

05 ก.ย. 68 | 08:52 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.ย. 68 | 08:54 น.

ข่าวดี! เงินกู้ประมงสินเชื่อต่ำ วงเงิน 3 พันล้าน บาท 'อธิบดีกรมประมง' แจ้ง เปิดรับสมัครวันที่ 8 ก.ย.นี้ รีบสมัครด่วน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องชาวประมง ระยะที่ 3 วงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2568 เป็นต้นไป
  • ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 4 ต่อปี โดยรัฐบาลช่วยชดเชยให้ร้อยละ 3 ต่อปี และมีกำหนดชำระคืนเงินกู้ได้นานสูงสุดไม่เกิน 7 ปี
  • สินเชื่อนี้ช่วยเหลือทั้งชาวประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน โดยกู้ได้สูงสุด 10 ล้านบาท (เรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป) และสูงสุด 5 ล้านบาท (เรือขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส) ผ่านธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ

มติคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติ  “โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 3” เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568  กรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน ที่ยังคงประสงค์ให้ภาครัฐดำเนินโครงการต่อจากเฟส 2 เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้กับพี่น้องชาวประมงในการประกอบอาชีพ

8  ก.ย.! เปิดรับสมัคร สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวประมง 3 พันล้านบาท

นายบัญชา  สุขแก้ว  อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกู้เงินได้ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 7 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ร้อยละ 3 ต่อปี และผู้กู้จ่าย ร้อยละ 4 ต่อปี กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 7 ปี นับตั้งแต่วันที่กู้ แต่ไม่เกินระยะเวลาโครงการ (19 สิงหาคม 2568- 18 สิงหาคม 2575)

ทั้งนี้ รูปแบบของสินเชื่อฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.สินเชื่อเงินกู้ระยะสั้น เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน ค่าน้ำมัน ค่าน้ำแข็ง ฯลฯ 2. สินเชื่อเงินกู้ระยะยาว เพื่อเป็นเงินทุนในการใช้ปรับปรุงเรือ ปรับเปลี่ยนเครื่องมือและอุปกรณ์ทำการประมง ซึ่งธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้

  • ธนาคารออมสิน  กรอบวงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท สำหรับผู้กู้ที่มีเรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไปวงเงินสินเชื่อสูงสุด รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กรอบวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท สำหรับเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส วงเงินสินเชื่อสูงสุด รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท

กรมประมงจะเปิดรับสมัครผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ณ สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเลทั้ง 22 จังหวัด และสำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

คุณสมบัติ

1. เป็นบุคคลธรรมดา อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สัญชาติไทย หรือ เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย

2. เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิครอบครองในเรือประมงที่มีทะเบียนเรือไทย

3. เป็นผู้ประกอบการประมงที่มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

4. กรณีเป็นผู้ประกอบการประมงพาณิชย์ต้องมีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์

5. ไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการได้รับใบอนุญาตทำการประมง ตามมาตรา 39 แห่งพระราชการกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

6.ทั้งนี้ เรือที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ นำมายื่นขอสินเชื่อ ต้องไม่เป็นเรือประมงในกลุ่ม 923 ลำ ที่มีรายชื่อในโครงการนำเรือออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน

  • หลักประกันการกู้เงิน ให้ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างรวมกัน ดังนี้

1. ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีหนังสือแสดงเอกสารสิทธิสามารถจดทะเบียนจำนองได้หรืออาคารชุด

2. เรือประมงที่มีการจดทะเบียนเรือไทยถูกต้องตามกฎหมาย

3. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

4. บุคคลค้ำประกัน

5. หลักประกันอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 3 เป็นผลพวงของความสำเร็จของการดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 1 (ปี 2563)  และระยะที่ 2 (ปี 2565) ซึ่งระยะที่ 1 มีชาวประมงสนใจเข้าร่วมโครงการฯ มากถึง  5,596 ราย และระยะที่ 2 จำนวน 933 ราย ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงให้สามารถกู้เงินเพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ

ประกอบกับปัจจุบัน  ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568  มีเรือประมงที่จดทะเบียนอยู่ในระบบ รวมทั้งสิ้น 53,901 ลำ ประกอบด้วย เรือประมงพาณิชย์ จำนวน 8,476 ลำ และเรือประมงพื้นบ้าน จำนวน 45,425 ลำ ซึ่งชาวประมงที่เป็นเจ้าของเรือกลุ่มนี้ สามารถที่จะขอเข้าถึงโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ จากภาครัฐ  ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้นทุนการทำประมงสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำประมง รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการลงทุนอื่น ๆ

ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายอัครา  พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เร่งผลักดันโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ระยะที่ 3 จนสำเร็จ และมอบให้กรมประมง เริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2568 นี้