thansettakij
thansettakij
กทท. เร่งเมกะโปรเจกต์ ‘แหลมฉบัง เฟส 3’ คืบ 74% ลุยเคลียร์ปมถมทะเลขัดสัญญา

กทท. เร่งเมกะโปรเจกต์ ‘แหลมฉบัง เฟส 3’ คืบ 74% ลุยเคลียร์ปมถมทะเลขัดสัญญา

12 ต.ค. 69 | 09:33 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 09:47 น.

การท่าเรือฯ เผยความตืบหน้าก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 คืบหน้าแล้ว 74% ดันขีดความสามารถรองรับตู้สินค้า 18 ล้าน TEU เร่งเคลียร์ปมเอกชนคู่สัญญา GPC ปรับแก้ข้อกำหนดถมทะเลขัดสัญญาร่วมลงทุน ลุ้นเปิดให้บริการปี 2570

KEY

POINTS

  • โครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มีความคืบหน้าในภาพรวมประมาณ 74% โดยงานขุดลอกและถมทะเลคืบหน้าแล้วกว่า 97%
  • การท่าเรือฯ กำลังเร่งเจรจาหาข้อสรุปกับเอกชนคู่สัญญาในประเด็นงานถมทะเลที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดในสัญญา
  • ตั้งเป้าหมายจะเปิดให้บริการท่าเรือเฟส 3 ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี

12 ตุลาคม 2569  นางสาวนัฐอนันตา จินดาพงศ์เจริญ ผู้อำนวยการกองแผนงาน สังกัด ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ท่าเรือแหลมฉบังถือเป็นท่าเรือหลักของประเทศไทยแบบ Deep Port ที่รองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ปัจจุบันเปิดให้บริการมีขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าได้รวมประมาณ 11 ล้าน TEU จากแนวโน้มเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และยาวขึ้น เพื่อขนถ่ายตู้สินค้าได้ครั้งละมากกว่า 15,000 TEU กทท. จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับตู้สินค้าอีก 7 ล้าน TEU รวมเป็น 18 ล้าน TEU

ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ในส่วนที่ภาครัฐลงทุน มูลค่าประมาณ 49,000 ล้านบาท มีความคืบหน้าในภาพรวมประมาณ 74% โดยกทท.มีการก่อสร้าง 4 งานหลักประกอบด้วย 

1. งานขุดลอก ถมทะเล และถมดินสร้างท่าเทียบเรือ ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 97.8%

 2. งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า ประปา และท่าเทียบเรือบริการ มีความคืบหน้าประมาณ 29% 

3. งานก่อสร้างระบบรถไฟภายในท่าเรือเพื่อเชื่อมเข้าสู่พื้นที่หลังท่าเทียบเรือ F จะมีระยะทาง 2,000 เมตร ขณะที่ฝั่ง E มีระยะทางมากกว่า 1,500 เมตร 

4. งานจัดหาเครื่องมือยกขนสินค้าและระบบ IT อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง

นอกจากนี้ เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดภายในท่าเรือและรองรับการขนส่งทางรางที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% หรืออย่างน้อย 4 ล้าน TEU สำหรับท่าเทียบเรือ E และ F โครงการได้ออกแบบให้มีสะพานยกระดับ ข้ามจุดแยกต่างๆ ภายในพื้นที่อีกด้วย ซึ่งได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุน (PPP) กับ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (GPC) 

ทั้งนี้ การท่าเรือฯ จะเป็นผู้ดำเนินการบริหารและประกอบการขนส่งสินค้าทางรถไฟด้วยตนเอง ไม่ได้ให้เอกชนร่วมลงทุนในส่วนนี้ โดยมีหน้าที่จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางรางที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

กทท. เร่งเมกะโปรเจกต์ ‘แหลมฉบัง เฟส 3’ คืบ 74% ลุยเคลียร์ปมถมทะเลขัดสัญญา

เร่งเคลียร์ปมสัญญาลุ้นเปิดให้บริการปี 70 

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการท่าเทียบซึ่งตามแผนที่วางไว้คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2570 แต่ยังมีประเด็นที่ต้องหาข้อสรุปร่วมกันระหว่างการท่าเรือฯ กับเอกชนคู่สัญญา เกี่ยวกับข้อกำหนดงานถมทะเลที่ไม่สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุน 

โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางแก้ไขให้เป็นไปอย่างรอบคอบและต้องอยู่ในภายใต้กรอบ EEC Track (มาตรการหรือช่องทางด่วนในการดำเนินการพิจารณาโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ภายใต้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC))ก่อนเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอน

นางสาวนัฐอนันตา กล่าวว่า สำหรับโอกาสของประเทศไทยในมุมมองของท่าเรือแหลมฉบับ ซึ่งที่ผ่านมาท่าเรือแหลมฉบังเติบโตควบคู่มากับนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังตั้งแต่ช่วงแรก โดยมีการนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่รอบๆ ทำให้การส่งออกสินค้าและการนำเข้าอะไหล่ต้องผ่านท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมด ส่งผลให้อัตราการเติบโตของท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้นจนปัจจุบันอยู่อันดับที่ 16 ของโลก

ขณะเดียวกัน ยังมีท่าเรือรถยนต์ ซึ่งเป็นการนำรถยนต์เคลื่อนที่ด้วยตัวเองขึ้นบนเรือเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 5 ของโลก

กทท. เร่งเมกะโปรเจกต์ ‘แหลมฉบัง เฟส 3’ คืบ 74% ลุยเคลียร์ปมถมทะเลขัดสัญญา

นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินงานในเฟส 3 ท่าเรือตั้งอยู่บนพื้นที่ของ EEC ซึ่งจะมีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เกิดใหม่และโรงงานต่างๆ เข้ามาใช้บริการที่ท่าเรือแหลมฉบังมากขึ้นถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนจะได้ร่วมสัญญาสัมปทานในเฟส 3 เพิ่มมากขึ้น

โดยเฟส 3 จะใช้ระบบ Port Automation หรือท่าเรือสีเขียว ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการขนส่ง ทำให้การขนส่งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 ทั้งนี้ มีการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนในขั้นที่ 1, 2 และ 3 รวมถึงมีสิทธิ์ขอรับสิทธิประโยชน์พิเศษเพิ่มเติม และช่วยเพิ่มโอกาสให้ชุมชนได้รับรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ