thansettakij
thansettakij
‘พิพัฒน์’ ตั้ง 4 อนุกรรมการ รื้อแผน 5 ปี ดันระบบตั๋วร่วม

‘พิพัฒน์’ ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการ รื้อแผน 5 ปี ดันระบบตั๋วร่วม

07 ต.ค. 69 | 09:24 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 09:29 น.

‘พิพัฒน์’ นั่งหัวโต๊ะไฟเขียวทบทวนแผนพัฒนาระบบตั๋วร่วม 5 ปี พร้อมตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด ลุยคุมเทคโนโลยี สรุปสูตรค่าโดยสารร่วม และเชื่อมโครงข่ายตั๋วร่วมสู่ต่างจังหวัด มุ่งลดค่าครองชีพคนไทย

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) มีมติแต่งตั้ง 4 คณะอนุกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
  • ที่ประชุมเห็นชอบให้ทบทวนแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบตั๋วร่วมในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) เพื่อให้สอดรับกับนโยบายลดภาระค่าครองชีพ
  • คณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดจะรับผิดชอบด้านมาตรฐานเทคโนโลยี, การคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม, การกำกับติดตามระบบ และการขยายผลสู่ภูมิภาค

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.)  ครั้งที่ 4/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เบื้องต้นที่ประชุม คนต. ได้รับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH)  ซึ่งได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบกิจการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการได้แจ้งให้บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ CCH ให้ครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย

เคาะแผนพัฒนาตั๋วร่วม 5 ปี

สำหรับมาตรการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน อัตราค่าแรกเข้าสูงสุดไม่เกิน 17-45 บาทต่อเที่ยว โดยที่ประชุมได้รับทราบการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และและความคืบหน้าการดำเนินงานโอนโครงการรถไฟฟ้า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบตั๋วร่วม ในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) (ฉบับทบทวนเดือนตุลาคม 2569) เพื่อความเป็นเอกภาพเชิงนโยบายและสอดรับกับการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน 

ไฟเขียวตั้ง 4 คณะอนุกรรมการ

ขณะเดียวกันทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และเป็นกลไกสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมเชิงบูรณาการในการรองรับการปฏิบัติงานที่มีความซับซ้อนทั้งในมิติมาตรฐานทางเทคโนโลยีระบบตั๋วร่วม การกำหนดวิธีการคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม การกำกับ/ติดตาม/ขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วม และ ขยายผลบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมสู่ภูมิภาค ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม มีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธาน มีหน้าที่รับผิดชอบการศึกษาและกำหนดสถาปัตยกรรมระบบ มาตรฐานทางเทคโนโลยีของสื่อชำระเงิน และโปรโตคอลการเชื่อมต่อระบบ ตลอดจนกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการประมวลผลข้อมูลของ CCH   

2. คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธาน มีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาแนวทางและสูตรคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม การยกเว้น/ลดหย่อนค่าแรกเข้า การกำหนดโครงสร้างราคาสำหรับกลุ่มสวัสดิการสังคม และการวางหลักเกณฑ์การแบ่งปันรายได้และการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม  

3.คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในการขนส่งสาธารณะ มีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ กำกับติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐาน ประเมินผลสัมฤทธิ์เชิงระบบ และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคหรือข้อพิพาทจากการดำเนินงาน 

4. คณะอนุกรรม การขยายผลการดำเนินการระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วมในจังหวัดภูมิภาค มีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน มีหน้าที่บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในภูมิภาค เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบตั๋วร่วมให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานและบริบทการเดินทางของแต่ละพื้นที่   

“ขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเชิงรุกอย่างบูรณาการ เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว เสมอภาค และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว