thansettakij
thansettakij
รฟท.ขีดเส้นตาย เจรจาเอกชน 60 วัน ‘ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’

รฟท.ขีดเส้นตาย เจรจาเอกชน 60 วัน ‘ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’

02 ต.ค. 69 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 03:16 น.

รฟท. เบรกกลุ่มซีพี ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิ์เลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ชี้เป็นสัญญาทางปกครอง ยกเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ บังคับเข้าสู่เส้นตายเจรจา 60 วัน หากคุยไม่ลงตัว จ่อขึ้นศาลปกครองชี้ขาด

KEY

POINTS

  • รฟท. และเอกชนคู่สัญญา (กลุ่มซีพี) ต้องเจรจาหาข้อสรุปโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินให้ได้ภายใน 60 วัน
  • การเจรจามีขึ้นหลังจากที่เอกชนได้ยื่นหนังสือขอยกเลิกสัญญา แต่ รฟท. โต้แย้งว่าไม่สามารถยกเลิกฝ่ายเดียวได้
  • หากการเจรจาภายใน 60 วันไม่สามารถหาข้อยุติได้ เรื่องจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองต่อไป

ยังไม่มีข้อสรุปที่ลงตัวสำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง- สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) หรือ “ไฮสปีดเทรน” มูลค่า 224,544 ล้านบาท โดยโครงการนี้มีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เป็นคู่สัญญาร่วมกัน สัญญาสัมปทาน 50 ปี ภายหลังเกิดปัญหาเอกชนคู่สัญญากับรฟท.แจ้งขอยกเลิกสัญญา
 
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ที่ผ่านมาจากการประชุมคณะกรรมการ รฟท. (บอร์ด รฟท.) รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้ว หลังจากที่เอกชนคู่สัญญาได้ยื่นหนังสือแจ้งขอใช้สิทธิ์ให้สัญญาโครงการฯ โดย รฟท. ได้ทำหนังสือโต้แย้งกลับไป เนื่องจากมองว่าโครงการนี้เป็นสัญญาทางปกครอง ซึ่งเอกชนไม่สามารถแจ้งยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวได้ หากไม่มีคำสั่งการพิจารณาจากศาลปกครอง  

ถก 60 วัน หาทางออก 3 สนามบิน

จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้รฟท.และเอกชนต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาหารือร่วมกันให้ได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน หากการเจรจาในระยะเวลาดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ ส่งผลให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองต่อไป ซึ่งตามปกติหากเจรจาแล้วรฟท.ต้องรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการฯต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. รับทราบ  
 

ส่วนสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพ-นครราชสีมา โดยรฟท.ยืนยันที่จะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาเอง ปัจจุบันรฟท.เตรียมแนวทางการปรับลดเขตงานเพื่อให้ รฟท. รับมาดำเนินการก่อสร้างเอง ซึ่งผ่านการอนุมัติหลักการจากคณะอนุกรรมการฯ แล้ว 

ล่าสุดฝ่ายโครงการพิเศษก่อสร้างของ รฟท. อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราคา ข้อกำหนด และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะสามารถจัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. พิจารณาต่อไป

 อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างงานโยธาสัญญา 4-1 นั้น รฟท. ไม่สามารถแยกเสนอต่อ ครม. ได้โดยตรงในทันที ซึ่งจะต้องรอมติจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) พิจารณาเกี่ยวกับภาพรวมของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินก่อน 

ลุ้นชงบอร์ดอีอีซี
 แหล่งข่าวจาก รฟท. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ทำหนังสือเสนอเรื่องไปยังบอร์ดอีอีซี เพื่อรอนัดประชุมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางเลือกในการแก้ไขสัญญาเพื่อดำเนินโครงการต่อ หรือการให้สัญญาเป็นอันสิ้นสุดลง
 

ทั้งนี้รวมถึงการพิจารณารายละเอียดงานรองรับหากโครงการไม่สามารถไปต่อได้ เช่น การสร้างส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (Airport Rail Link) บนโครงสร้างเดิม และการที่ รฟท. เข้ามาก่อสร้างงานโยธาสัญญา 4-1 เอง ดังนั้น เมื่อบอร์ดอีอีซี มีมติที่ชัดเจนแล้ว จึงจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ให้ รฟท. เดินหน้าก่อสร้างสัญญา 4-1 ได้
 
เมื่อถามถึงการเจรจาระหว่างรฟท.กับเอกชน ที่ต้องได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน ได้นำเสนอต่อบอร์ดอีอีซีเพื่อกำหนดการประชุมพิจารณาในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่นั้น แหล่งข่าวจากรฟท.ระบุว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้น่าจะยังไม่ได้ถูกบรรจุลงไปในหนังสือที่เสนอต่อบอร์ดอีอีซี เนื่องจากอยู่ในกระบวนการเตรียมเจรจากับเอกชน ประกอบกับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง ในขณะที่ สกพอ. ได้จัดทำหนังสือเสนอเรื่องไปยังบอร์ด กพอ. ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

ขณะเดียวกันตามสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ระบุว่า เหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน ไว้ 3 กรณี เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้ 1.เมื่อครบระยะเวลาของโครงการฯ 2.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 หรือ 3.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุน เพราะเหตุตามที่กำหนดไว้ในข้อ 30.2 คือ 1 ความผิดเกิดจากเอกชน 2.ความผิดเกิดจากฝ่ายรัฐ (รฟท.) 3. เลิกเพราะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ  และ 4. เลิกเพราะเหตุสุดวิสัยและเหตุผ่อนผัน

เปิด 4 ทางเลือก

สำหรับ 4 ทางเลือก ที่รฟท.ได้เตรียมแผนรองรับการเดินหน้าโครงการไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน ประกอบด้วย 

ทางเลือกที่ 1 กรณีไม่ยกเลิก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดำเนินการต่อตามสัญญา ใช้วงเงิน 155,390 ล้านบาท โดย รฟท.จะก่อสร้างโครงสร้างร่วม ช่วง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -ดอนเมืองเอง วงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท , ก่อสร้างรถไฟสายสีแดง (Missing Link) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - หัวหมาก และ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -หัวลำโพง วงเงิน 45,760 ล้านบาท รวมวงเงินที่รัฐลงทุน 221,150 ล้านบาท

ทางเลือกที่ 2 กรณียกเลิก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รฟท.ก่อสร้าง ช่วง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -ดอนเมือง เฉพาะรถไฟไทย-จีน วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท, ก่อสร้างรถไฟสายสีแดง (Missing Link) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-หัวหมาก และ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-หัวลำโพง วงเงิน 45,760 ล้านบาท 

นอกจากนี้รวมทั้งก่อสร้างสายสีแดงต่อขยาย หัวหมาก-ฉะเชิงเทรา -สนามบินอู่ตะเภา ตามผลการศึกษาโคงการเชื่อม 3 ท่าเรือ ด้วยรางขนาด 1 เมตร วงเงิน 96,873 ล้านบาท เป็นการใช้รถไฟสายสีแดงวิ่งเชื่อมสู่สนามบินอู่ตะเภา และเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ที่ลาดกระบังเพื่อใช้ แอร์พอร์เรลลิงก์ เชื่อม สนามบินสุวรรณภูมิ รวมวงเงินที่รัฐลงทุน 153,628 ล้านบาท

ทางเลือกที่ 3 กรณียกเลิก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รฟท.ก่อสร้าง ช่วง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -ดอนเมือง เฉพาะรถไฟไทย-จีน วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท , ก่อสร้างรถไฟสายสีแดง (Missing Link) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์- หัวหมาก และ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-หัวลำโพง วงเงิน 45,760 ล้านบาท,ก่อสร้างรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่วนต่อขยาย ช่วงพญาไท-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ วงเงิน 19,515 ล้านบาท 

ทั้งนี้รวมทั้งก่อสร้างสายสีแดงต่อขยาย หัวหมาก-ฉะเชิงเทรา -สนามบินอู่ตะเภา ตามผลการศึกษาโคงการเชื่อม 3 ท่าเรือ ด้วยรางขนาด 1 เมตร วงเงิน 96,873 ล้านบาทเป็นการใช้รถไฟสายสีแดงวิ่งเชื่อมสู่สนามบินอู่ตะเภา และเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ที่ลาดกระบังเพื่อใช้ แอร์พอร์เรลลิงก์ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ รวมวงเงินที่รัฐลงทุน 173,143 ล้านบาท

ทางเลือกที่ 4 กรณียกเลิก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รฟท.ก่อสร้าง ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -ดอนเมือง เฉพาะรถไฟไทย-จีน วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท , ก่อสร้างรถไฟสายสีแดง (Missing Link) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -หัวลำโพง และช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์- พญาไท ส่วนช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ ให้สายสีแดง ใช้โครงสร้างร่วมแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยวางรางขนาด 1 เมตร แบบ ระบบทางร่วม (Dual Gauge) วงเงิน 25,620 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีรวมทั้งก่อสร้างสายสีแดงต่อขยาย ช่วงลาดกระบัง-ฉะเชิงเทรา -สนามบินอู่ตะเภา ตามผลการศึกษาโคงการเชื่อม 3 ท่าเรือ ด้วยรางขนาด 1 เมตร วงเงิน 90,850 ล้านบาท เปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ที่ลาดกระบังเพื่อใช้ แอร์พอร์เรลลิงก์ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิรวมวงเงินที่รัฐลงทุน 127,465 ล้านบาท

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,241 วันที่ 4 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569