thansettakij
thansettakij
รฟท.ยื้อซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน ปิดช่องขาดทุน 360 ล้าน

รฟท.ยื้อซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน ปิดช่องขาดทุน 360 ล้าน

08 ก.ย. 69 | 13:30 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ย. 69 | 14:09 น.

คมนาคม เผย รฟท.ยื่นข้อเสนอวอนซีพีเดินรถต่ออีก 2–4 เดือน เตรียมตั้งรับแผนสำรองเตรียมดึงพนักงานเก่ากู้วิกฤต พร้อมรับไม้ต่อเอง ห่วงภาระขาดทุนแตะ 30 ล้านบาทต่อเดือน เร่งหาทางรอดเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปั๊มรายได้ต่อ

KEY

POINTS

  • รฟท. เจรจาขอให้ซีพีขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไปอีก 2-4 เดือน เพื่อให้มีเวลาเตรียมความพร้อมในการเข้ารับช่วงดำเนินงาน
  • หาก รฟท. ต้องเข้ามาบริหารจัดการเดินรถเอง คาดว่าจะต้องแบกรับภาระขาดทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี
  • การขอขยายเวลาเพื่อให้ รฟท. สามารถเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบบริหารจัดการ เพื่อให้การบริการเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

8 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่ ซี.พี. ส่งหนังสือขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาและยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในวันที่ 30 กันยายนนี้นั้น เบื้องต้นได้มอบหมายให้นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมาชี้แจงหลังการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (ในเครือ ซี.พี.) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยรฟท.ได้เจรจาขอให้เอกชนช่วยเดินรถต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 2–4 เดือน เพื่อให้ รฟท.มีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการรับช่วงดำเนินงาน

"ขณะนี้เอกชนยังไม่ได้แจ้งคำตอบอย่างเป็นทางการโดยอยู่ระหว่างนำข้อเสนอของ รฟท.กลับไปหารือภายในบริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนหลังการหารือภายในวันนี้" นายพิพัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ดี แม้เอกชนจะคืนการให้บริการหลังสิ้นสุดสัญญา รฟท.จะเดินหน้าจัดบริการต่ออย่างแน่นอน ส่วนปัญหาการเดินรถในปัจจุบันขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบและซ่อมบำรุงขบวนรถที่มีอยู่เพื่อเพิ่มจำนวนขบวนกลับมาให้บริการ 8 ขบวนและสำรอง 1 ขบวน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หากเอกชนตัดสินใจยุติการเดินรถ รฟท.ได้เตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์แล้วแต่การรับช่วงเดินรถทั้งหมดทันทีอาจทำได้ไม่เต็มรูปแบบ เนื่องจากระบบรถไฟต้องใช้บุคลากรจำนวนมากโดยเฉพาะพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมกำลังคน ขบวนรถ และระบบบริหารจัดการ

ทั้งนี้ รฟท.มีประสบการณ์ในการบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มาก่อนและปัจจุบันบุคลากรบางส่วนยังคงทำงานอยู่ในระบบจึงสามารถพิจารณาดึงบุคลากรบางส่วนกลับมาร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงเสริมกำลังจากบริษัทลูกของ รฟท.เพื่อรองรับการให้บริการในระยะต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถแล้ว ประเด็นสำคัญที่ รฟท.ต้องรับมือหลังสิ้นสุดสัญญาโดยเฉพาะภาระทางการเงินจากการให้บริการ หาก รฟท.ต้องเข้ามาดำเนินการเองจะมีภาระขาดทุนประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือแนวทางลดภาระดังกล่าว

สำหรับหนึ่งในแนวทาง คือ การเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อยโดยจะต้องเร่งหาวิธีดึงดูดเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อสร้างรายได้มาช่วยชดเชยต้นทุนการเดินรถ

ส่วนสัญญาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนั้นจะต้องรอหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการเนื่องจากมีหลายหน่วยงานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ จะสามารถนำขบวนรถบางส่วนที่ผ่านการตรวจสอบกลับมาให้บริการเพิ่มเติมได้ภายในวันนี้และทยอยเพิ่มจำนวนขบวนในวันถัดไป โดยตั้งเป้าเพิ่มกลับมาเป็น 5–6 ขบวน และคาดว่าการซ่อมบำรุงจะแล้วเสร็จในวันจันทร์นี้

สำหรับขบวนรถที่อยู่ระหว่างซ่อมมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับล้อรถไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยก่อนนำกลับมาให้บริการ ทั้งนี้ จะทำแผนเพิ่มขบวนรถไฟเพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น