thansettakij
thansettakij
รฟท. ปิดดีลเจรจาซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ ควบหลักประกัน 533 ล้าน

รฟท. ปิดดีลเจรจาซีพี เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ ควบหลักประกัน 533 ล้าน

18 ก.ย. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 07:09 น.

รฟท. เร่งถกเอกชนคลายปมแอร์พอร์ตลิงก์ เตรียมเซ็น MOU ใหม่สัปดาห์หน้า เตรียมวางหลักประกัน 533 ล้านบาท ลุยเดินรถยาวถึง 31 ม.ค. 2570 พร้อมกางแผนสำรองส่งบริษัทลูก รฟฟท. เข้าเสียบแทนทันทีหากเจรจาล้ม การันตีผู้โดยสารไร้ผลกระทบ

KEY

POINTS

  • รฟท. เจรจาให้ ซีพี (บริษัท เอเชีย เอรา วัน) เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีก 4 เดือน เพื่อให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง
  • เอกชนต้องวางหลักประกันฉบับใหม่มูลค่าประมาณ 533 ล้านบาท สำหรับการเข้ามาสนับสนุนการเดินรถในช่วงเวลาดังกล่าว
  • คาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยแยกประเด็นนี้ออกจากการเจรจายุติสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด (ในเครือซี.พี.) ขอยื่นยุติสัญญาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และการแก้ปัญหารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ เบื้องต้นรฟท.ให้เอกชนเข้ามาสนับสนุนการเดินรถ แอร์พอร์ตลิงก์ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 หรือนะยะเวลา 4 เดือน ปัจจุบันการเจรจาระหว่าง รฟท. กับเอกชนมีความคืบหน้าใกล้ได้ข้อยุติแล้ว คาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจ ( MOU )ฉบับใหม่ได้ภายในสัปดาห์หน้า

ลุย MOU เดินรถใหม่

ทั้งนี้ MOU ฉบับใหม่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของภาคเอกชน ที่เต้องเร่งจัดทำและส่งรายละเอียดกลับมายัง รฟท. เมื่อเอกชนส่งรายละเอียดกลับมาและทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถดำเนินการลงนาม MOU ได้ทันที

"การดำเนินการดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า การให้บริการแอร์พอร์ตลิงก์จะยังคงเดินหน้าต่อไป โดย รฟท. และเอกชนคู่สัญญายังคงร่วมกันให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นายอนันต์ กล่าว

นอกจากนี้รฟท.ได้แจ้งเงื่อนไขดังกล่าวไปยังภาคเอกชนแล้ว เหลือเพียงการหารือรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับเงื่อนไขการเดินรถ ซึ่งจะยังคงยึดกรอบและเงื่อนไขเดิมที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เคยกำหนดไว้เป็นหลัก

วางหลักประกัน 4 เดือน 533 ล้าน

สำหรับการให้เอกชนเข้ามาสนับสนุนการเดินรถต่อไปนั้น มติของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้วางหลักการไว้ว่า สามารถให้เอกชนเข้ามาดำเนินการเดินรถได้ แต่เอกชนจะต้องวางหลักประกันสำหรับการเดินรถ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการให้บริการจะดำเนินไปด้วยความปลอดภัยและมีหลักประกันรองรับภาระหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ในกรณีที่มีการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ เอกชนจะนำหลักประกันฉบับใหม่เข้ามาวาง ขณะที่หลักประกันเดิมตาม MOU ฉบับเดิมจะเข้าสู่กระบวนการถอนคืนตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยวงเงินหลักประกันใหม่อยู่ที่ประมาณ 533 ล้านบาท เป็นการคำนวณในสัดส่วนประมาณ 5% ของค่าใช้สิทธิ์ ซึ่งเป็นหลักประกันเพื่อรองรับการเข้ามาสนับสนุนการเดินรถของเอกชน

สำหรับระยะเวลาของหลักประกันดังกล่าว จะครอบคลุมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน และการจัดทำหลักประกันใหม่นี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการลงนาม MOU ฉบับใหม่ โดยการคืนหลักประกันจะดำเนินการเมื่อ MOU สิ้นสุดลง หรือหากมีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานออกไป ก็จะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาและเงื่อนไขที่คู่สัญญาจะตกลงกันในขั้นตอนต่อไป

"แม้เอกชนจะได้แจ้งความประสงค์ขอยุติสัญญาเข้ามาแล้ว แต่ในปัจจุบันสัญญาดังกล่าวยังคงมีผลอยู่ ดังนั้น รฟท. จำเป็นต้องบริหารจัดการความเสี่ยงของภาครัฐ โดยเฉพาะการรักษาสิทธิของภาครัฐอย่างเต็มที่เป็นลำดับแรก รวมถึงการพิจารณาข้อกฎหมายและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เอกชนแจ้งขอยุติสัญญา ซึ่งรฟท. ต้องดำเนินการควบคู่กับการเตรียมความพร้อมเพื่อให้การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง" นายอนันต์ กล่าว

ดึงรฟฟท.รับช่วงเดินรถต่อ

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขณะที่เงื่อนไขการเดินรถนั้นยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดเรื่องค่าจ้างเดินรถเพิ่มเติม โดยจะใช้แนวทางเดิม คือ นำรายได้จากการให้บริการมาหักค่าใช้จ่ายตามหลักการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และดำเนินการภายใต้กรอบเดิมต่อไป

ทั้งนี้รฟท. ได้เตรียมแผนสำรองควบคู่กันไป โดยมอบหมายให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. เตรียมความพร้อมรองรับกรณีที่ต้องเข้ามาดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ โดยจะต้องเตรียมทั้งการตรวจสอบสภาพโครงสร้างทางรถไฟและตัวรถไฟ ตลอดจนการจัดเตรียมบุคลากรสำหรับการเดินรถให้มีความพร้อม

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ รฟท. ดำเนินการคู่ขนานกัน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือการเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ส่วนเรื่องที่สองคือการพิจารณาสถานะของสัญญาเดิมว่า จะดำเนินการยุติสัญญาหรือมีแนวทางอย่างไรต่อไป โดย รฟท. จำเป็นต้องแยกทั้งสองประเด็นออกจากกัน เพื่อให้การบริหารจัดการการเดินรถและการดำเนินการด้านสัญญาเป็นไปอย่างเหมาะสม

ถก 60 วัน ยุติสัญญา

ขณะที่กรณีหลักประกันตาม MOU เดิมที่เอกชนขอรับคืนนั้น เบื้องต้นหลักประกันสำหรับการสนับสนุนการเดินรถเดิมเป็นหลักประกันที่รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้สิทธิ์รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ด้วย แต่เมื่อเอกชนได้ยื่นเงื่อนไขและแจ้งความประสงค์ขอยุติสัญญาเข้ามาแล้ว ประเด็นดังกล่าวจึงต้องนำมาหารือเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน โดยภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง รฟท. และเอกชนสามารถเจรจากันได้ภายในระยะเวลา 60 วัน

อย่างไรก็ดีกรณีสัญญาเดิม หากมีการยุติสัญญา และประเด็นค่าใช้สิทธิ์ประมาณ 167 ล้านบาทนั้น เรื่องดังกล่าวต้องแยกออกจากเนื่องจากเงื่อนไขการเดินรถและเงื่อนไขเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาเป็นคนละส่วนกัน