
กทพ. ดันทางด่วนฉลองรัช N2 ชง ครม. งัด 3 ออปชัน ปลดล็อกด่วนแคราย N1
กทพ. เดินหน้าดันทางด่วนเชื่อมตะวันออก-ตก นำร่องสายฉลองรัช-วงแหวนฯ (N2) วงเงิน 1.48 หมื่นล้าน เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติ ปักหมุดตอกเสาเข็มปี 70 พร้อมงัด 3 ทางเลือกปรับรูปแบบสายฉลองรัช-แคราย (N1) ลุยเปิดฟังเสียงประชาชนรอบใหม่ เร่งหาข้อสรุปแก้ปัญหากับ ม.เกษตรศาสตร์ ก่อนชง ครม. ปี 72
KEY
POINTS
- กทพ. เตรียมเสนอโครงการทางด่วนสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอก (N2) ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570
- สำหรับโครงการทางด่วนสายฉลองรัช-แคราย (N1) ยังคงติดปัญหาแนวเส้นทางช่วงที่ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มีการเสนอ 3 ทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาในโครงการ N1 ได้แก่ การสร้างทางยกระดับ, การสร้างอุโมงค์ใต้ดิน หรือการใช้โครงสร้างร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากทพ.เร่งรัดผลักดันโครงการทางพิเศษเชื่อมต่อทิศตะวันออกกับตะวันตก ของกรุงเทพฯ บนถนนงามวงศ์วาน และถนนประเสริฐมนูกิจหรือทางด่วนขั้นที่ 3 (เดิม) เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร จำนวน 2 โครงการ โดยโครงการแรก กทพ.จะนำร่องโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช - วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (N2 เดิม)ระยะทาง 6.67 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 14,802 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการฯและดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2570 ตามแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2573
นำร่อง N2 ฉลองรัช-วงแหวนฯ 1.48 หมื่นล้าน
ทั้งนี้โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช - วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (N2 เดิม) ซึ่งมีรูปแบบเป็นทางพิเศษยกระดับ 4 ช่องจราจร โดยเป็นการก่อสร้างบนตอม่อที่มีอยู่เดิมมีจุดเริ่มต้นโครงการ กม.1+000 ของถนนประเสริฐมนูกิจ เชื่อมต่อทางด่วนฉลองรัช บริเวณแยกฉลองรัชและเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก
ลุยศึกษา N1 รับฟังเสียงประชาชนใหม่
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการที่สองเป็นโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – แคราย (N1 เดิม) ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร วงเงิน 10,549 ล้านบาท ซึ่งมีแนวเส้นทางผ่านบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะนี้กทพ.กำลังอยู่ในช่วงเร่งหาข้อสรุปเรื่องรูปแบบการก่อสร้างที่เกิดผลกระทบต่อพื้นที่น้อยที่สุด หลังจากที่ผ่านมา กทพ. ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางและตัดทอนบางช่วง เช่น การหั่นช่วง N3 และ N1 จนมาถึงแนวถนนงามวงศ์วาน
ทั้งนี้กทพ.จะเริ่มศึกษาความเหมาะสมของโครงการและจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนใหม่อีก 3 ครั้งใหม่ โดยจะเริ่มภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาศึกษาประมาณ 1 ปีเศษ เนื่องจากจำเป็นต้องจัดประชุมกลุ่มย่อยเพิ่มเติมหลายครั้งเพื่อหารือและสร้างความเข้าใจร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยเฉพาะ คาดว่า จะเสนอต่อครม.อนุมัติโครงการภายในปี 2572 ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2573 เปิดให้บริการในปี 2576
“การพูดคุยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในรอบนี้ถือเป็นการพยายามอย่างถึงที่สุดของ กทพ. ในการนำข้อเสนอและเทคโนโลยีทางวิศวกรรมล่าสุดมานำเสนอ เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถลดผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยได้ดีที่สุด หากท้ายที่สุดการเจรจายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ โดย กทพ. จะนำเสนอข้อเท็จจริงและปัจจัยรอบด้านทั้งหมดต่อหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณา เพื่อให้ตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินหน้าเชื่อมต่อโครงข่ายระบบจราจรทั้งระบบต่อไป” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
เปิด 3 ออปชันทางเลือก แก้โจทย์ยากหน้า ม.เกษตรฯ
สำหรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – แคราย (N1 เดิม) ที่ผ่านมา กทพ. ได้ศึกษาวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อนำเสนอเป็นข้อเสนอสุดท้ายไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- การสร้างทางยกระดับตรงผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีการพิจารณาปรับลดขนาดลงเหลือ 4 ช่องจราจร
- การสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งจากการประเมินพบข้อจำกัดที่มีค่าก่อสร้างราคาแพง อุโมงค์มีความลึกและมีความยาวมาก ส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยรวมถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์
- การใช้อุโมงค์เกษตรเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยก่อสร้างเป็นอุโมงค์ 2 ชั้น ตลอดจนการใช้โครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ปฏิเสธโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งกทพ. จึงพิจารณาแนวคิดการนำโครงสร้างทางด่วนไปผนวกรวมกับแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อใช้พื้นที่ร่วมกันและลดผลกระทบเชิงกายภาพให้ได้มากที่สุด







