thansettakij
thansettakij
ขสมก. กางแผนรับรถเมล์ EV 1.5 พันคัน ดัน 3 สถานีอู่จอดรถไฟฟ้า

ขสมก. กางแผนรับรถเมล์ EV 1.5 พันคัน ดัน 3 สถานีอู่จอดรถไฟฟ้า

01 ก.ย. 69 | 11:46 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ย. 69 | 11:48 น.

ขสมก. กางแผนรับรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คัน ดีเดย์ มี.ค. 70 พร้อมรื้อระบบบริหารจัดการใหม่ เซฟงบค่าซ่อม-เชื้อเพลิงปีละ 4,100 ล้านบาท พลิกโฉมรถเมล์ครีมแดงสู่รถ EV ปรับอากาศ 107 เส้นทาง ลุยพัฒนาอู่ 12 แห่งรองรับสถานีชาร์จ เล็งงัดระบบตั๋วร่วม EMV และ QR Code เต็มรูปแบบ

KEY

POINTS

  • ขสมก. มีแผนรับมอบรถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน โดยจะทยอยรับมอบ 3 ล็อตให้ครบภายในเดือนพฤษภาคม 2570 เพื่อทดแทนรถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง)
  • เตรียมนำร่องพัฒนาอู่จอดรถเมล์ไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ อู่เชียงราก, อู่เคหะสมุทรปราการ และอู่สถานีคลองบางไผ่ เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จรองรับรถใหม่
  • โครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้าเป็นการเช่าจากบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นเวลา 7 ปี โดยมีบริษัท เน็กซ์ พอยท์ (NEX) เป็นผู้ผลิตและประกอบรถ

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยแผนการรับมอบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน หลังจากขสมก.ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ร่วมกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด แล้ว เบื้องต้น ขสมก. มีกำหนดรับรถล็อตแรกจำนวน 500 คันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 จากนั้นจะรับมอบรถล็อตที่ 2 อีก 500 คัน ภายในสิ้นเดือนเมษายน2570 และล็อตสุดท้ายอีก 520 คันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2570

ทั้งนี้บริษัทนครชัยแอร์ฯได้จับมือกับ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (NEX) เป็นผู้ผลิตและประกอบรถไฟฟ้ารายเดียว โดยมีสัญญาเช่า 7 ปี นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถล็อตแรก

ขณะนี้ชิ้นส่วนประกอบหลักของรถ 40 คันแรกได้มาถึงโรงงานผลิตของบริษัทเพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีศักยภาพสูงสุดถึงวันละ 15 คัน แต่ ขสมก. ได้กำหนดแผนการผลิตขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน

เปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าใหม่ 24 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ได้มีการประกอบรถตัวอย่าง (Demo) เสร็จสิ้นแล้ว 2 คัน เพื่อนำมาทดสอบระบบความปลอดภัย ความเหมาะสมของสภาพถนน และให้พนักงานขับรถได้ทดลองสร้างความคุ้นเคยก่อนให้บริการจริง โดยในวันที่ 24 ก.ย.นี้ซึ่งตรงกับกำหนดจัดงานวันสถาปนาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ครบรอบ 50 ปี ขสมก. จะนำรถต้นแบบที่ผลิตและตรวจสอบแล้วเสร็จ จำนวน 1 คัน ไปจัดแสดงและให้พนักงานขับรถทดลองขับด้วย สำหรับการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ รถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมดจะถูกนำมาเดินรถทดแทนรถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง) เดิมจำนวน 1,520 คัน เพื่อยกระดับการให้บริการเป็นรถปรับอากาศพลังงานสะอาดทั้งหมดตามนโยบายรัฐบาล

เร่งบรรจุรถเมล์ 50 เส้นทาง

อย่างไรก็ดีในเฟสแรกจะบรรจุรถในสายการเดินรถเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมด 107 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการปฏิรูป เน้นพื้นที่เขตเมือง (City Loop) เช่น สาย 191 เส้นทางรัชดาภิเษก-รามคำแหง และย่านธุรกิจ (CBD) อย่างสีลม บางรัก คลองเตย และพระราม 4 รวมถึงกลุ่มเส้นทางเชื่อมต่อชานเมือง เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

เด้งรับบัตรคนจน-ตั๋วร่วม

ปัจจุบันมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5-6.5 แสนคนในวันธรรมดา และ 3-4 แสนคนในวันหยุด ซึ่งรถเมล์ใหม่ครั้งนี้จะมีการกำหนดค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 บาท ตามเงื่อนไขรถปรับอากาศของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในอนาคตรัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางลดภาระประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือระบบค่าโดยสารร่วม เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วมทั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (EPC) ระบบ EMV แตะจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และการสแกน QR Code เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ

ลุยต่อจัดหารถเฟส 2

นายกิตติกานต์ กล่าวต่อว่า ขสมก. ได้จัดทำแผนการจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ในเฟสที่ 2 จำนวน 800 คัน วงเงินงบประมาณรวมกว่า 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันแผนงานดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากได้รับการอนุมัติและบรรจุลงในเล่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขสมก. จะสามารถเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที ซึ่งงบประมาณชุดนี้จะเป็นงบผูกพันระยะยาว 7 ปี ตั้งแต่ปี 2570- 2576

สำหรับกระบวนการจัดหาในเฟสที่ 2 นี้ นายกิตติกานต์ ระบุว่า จะมีความรวดเร็วกว่าการดำเนินงานในเฟสที่ 1 เนื่องจากไม่ต้องผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ที่ซับซ้อนเหมือนในอดีต ซึ่งเคยใช้เวลาและการทำประชาพิจารณ์ร่วม 17-18 ครั้ง

อย่างไรก็ดีในเฟสที่สอง ขสมก. จะนำโมเดลและเงื่อนไขการดำเนินงานจากเฟสแรกมาเป็นต้นแบบเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถรับมอบรถและเริ่มนำมาวิ่งให้บริการแก่ประชาชนได้ภายในช่วงปี 2571

ลดค่าซ่อม 2 พันล้าน

นอกจากนี้การจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในเฟสที่ 2 อีก 800 คัน จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการลดต้นทุนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมกับรถในเฟสแรกจะทำให้ ขสมก. มีรถใหม่ทดแทนรถรุ่นเก่าได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้ประหยัดค่าเหมาซ่อมบำรุง 2,000 ล้านบาทต่อปีและต้นทุนค่าเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลปีละ 1,800 ล้านบาท ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าจะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 35-40% หรือประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี เมื่อรวมกับการปรับลดบุคลากรในอนาคตจากการใช้ระบบจัดการการเดินรถที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีก 900 ล้านบาท ทำให้คาดว่า ขสมก. จะสามารถประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้รวมกว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี

"การเปลี่ยนมาใช้ระบบเช่ารถเมล์ไฟฟ้าคือการลดภาระงบประมาณอย่างยั่งยืน โดย ขสมก. จะสามารถประหยัดงบประมาณค่าเหมาซ่อมบำรุงที่เคยจ่ายปีละกว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากภาระการซ่อมบำรุงทั้งหมดจะตกเป็นของผู้ให้เช่าตามสัญญา" นายกิตติกานต์ กล่าว

ปรับแบบรถมาตรฐานใหม่

ด้านมาตรฐานความปลอดภัย รถรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้ต่างจากรถเมล์เดิมด้วยโครงสร้างแบบ Monocoque ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงกว่า มีการติดตั้งกล้อง CCTV และระบบ GPS tracking เพื่อติดตามรถ พร้อมจุดเด่นด้านทางหนีไฟที่มีถึง 3 จุด คือ ด้านบนหลังคา ด้านหน้า/หลัง และด้านขวาของตัวรถ เพื่อความปลอดภัยกรณีรถพลิกคว่ำ

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เยี่ยมชมรถเมล์ไฟฟ้าใหม่ที่เตรียมรับมอบล็อตแรกภายในเดือนมีนาคม 2570

ส่วนแบตเตอรี่ได้ย้ายขึ้นไปติดตั้งบนหลังคารถทั้งหมดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและสภาพอากาศร้อน

นอกจากนี้ยังมีระบบอำนวยความสะดวกผู้พิการด้วยปุ่มกดที่ประตูเพื่อให้พนักงานทราบและช่วยเข็นล้อเข็นขึ้นรถ พร้อมระบบล็อคตัวด้วยเข็มขัดนิรภัยที่ผู้โดยสารสามารถปลดเองได้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ขสมก. มั่นใจในศักยภาพของคู่สัญญาอย่างนครชัยแอร์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน และมีข้อกำหนด SLA ที่ชัดเจนในการซ่อมบำรุงและนำรถหมุนเวียนมาทดแทนทันทีหากเกิดปัญหา จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยคดีรถเมล์ในอดีตอย่างแน่นอน

นำร่อง 3 อู่จอดรถเมล์

นายกิตติกานต์ กล่าวต่อว่า การเตรียมความพร้อมอู่จอดรถเมล์ไฟฟ้า 12 แห่งของ ขสมก.นั้น ปัจจุบันเตรียมนำร่องพัฒนาอู่รถเมล์แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ อู่รถเมล์เชียงราก อู่รถเมล์เคหะสมุทรปราการ และอู่รถเมล์สถานีคลองบางไผ่ ภายในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ วงเงินลงทุนกว่า 190 ล้านบาท ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที

ภายบรรยากาศในรถเมล์ไฟฟ้าขสมก.ที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวในที่ 24 ก.ย.นี้

ขณะที่อีก 9 อู่จอดรถเมล์ที่เหลือซึ่งมีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 400 กว่าล้านบาท ได้ดำเนินการหาผู้รับจ้างแล้วเสร็จ ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ชุดใหม่อนุมัติโครงการเนื่องจากเกินอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร

ทั้งนี้ทุกอู่จอดรถเมล์ทุกแห่งจะมีการติดตั้งสถานีชาร์จที่ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงต่อคัน เน้นชาร์จในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. เพื่อความปลอดภัยและถนอมแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 1 ครั้งจะสามารถวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในสภาพการจราจรติดขัด