
รฟท.นัดถก CP พรุ่งนี้ ชี้ขาด “ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน" หยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
"สิริพงศ์" กางแผนรับมือไฮสปีด 3 สนามบิน หลังเอกชนส่งหนังสือยันเลิกสัญญารักษาสิทธิ รอบ 2 ฟากรฟท. ยื้อเจรจาชี้ขาดพรุ่งนี้ หวังรักษาประโยชน์ประชาชน เร่งงานรอยต่อเชื่อมไฮสปีดไทย-จีน
KEY
POINTS
- กลุ่มซีพี (บริษัท เอเชีย เอราวัน) ได้ยื่นหนังสือขอยกเลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และเตรียมหยุดเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เนื่องจากข้อขัดแย้งเรื่องการขอเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินจากรัฐ
- รฟท. เตรียมเจรจาหาข้อสรุปชี้ขาดกับซีพีในวันพรุ่งนี้ โดยมีประเด็นสำคัญคือการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ และการแก้ปัญหาพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน
- ภาครัฐมีแผนสำรองหากซีพีหยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ โดยเตรียมให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. (ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง) เข้ามาบริหารจัดการแทนชั่วคราวเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ภายหลังการหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ขณะนี้บริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ได้มีการทำหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาโครงการฯและสิ้นสุดการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มายัง รฟท.ในครั้งแรก เป็นเหตุให้ทางรฟท.ได้เชิญเอกชนร่วมหารือเพื่อขอให้ถอนหนังสือยกเลิกสัญญาออกไปก่อน
แต่ทางเอกชนกลับมีการส่งหนังสือเพื่อยืนยันความประสงค์ในการขอเลิกสัญญาอีกครั้ง ฉบับที่ 2 ตามมาในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน โดยระบุว่าเป็นการส่งหนังสือเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง แม้ในเนื้อความจะมีความหมายชัดเจนว่าต้องการยุติสัญญาและไม่ไปต่อก็ตาม เบื้องต้นทาง รฟท. ยังไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสัญญาดังกล่าว
สำหรับปัญหาอุปสรรคสำคัญในการเจรจาจนนำมาสู่สถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ ข้อเสนอของเอกชนที่ต้องการให้ภาครัฐแก้ไขสัญญาจากเดิมที่เป็นรูปแบบการจ่ายเงิน เมื่อโครงการเสร็จสิ้นก่อสร้างแล้วเสร็จค่อยจ่าย เป็นรูปแบบการจ่ายเงินตามความคืบหน้าของงานสร้างไปจ่ายไป ซึ่งในทางปฏิบัติถือเป็นเรื่องที่ดำเนินงานได้ยากภายใต้กรอบข้อตกลงเดิม
ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าวกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รฟท.ไปเจรจากับเอกชนเพื่อให้ได้ข้อสรุปในวันพรุ่งนี้ 2 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นแรก การเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งตามสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยเอกชนมีท่าทีว่าจะหยุดการเดินรถดังกล่าว ทั้งนี้ทางบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้าดำเนินการต่อได้ทันที หรืออาจจะพิจารณาจ้างเอกชนรายอื่นเข้ามาบริหารจัดการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) เป็นการชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน
“ความชัดเจนทั้งหมดในเรื่องแนวโน้มท่าทีของเอกชนว่าจะยอมรับเงื่อนไขใหม่หรือยืนยันหยุดเดินรถ คาดว่าจะได้ทราบผลจากการเจรจาครั้งสำคัญในวันพรุ่งนี้” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ภาครัฐยังคงเห็นว่าการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หากให้เอกชนรายเดิมยอมเดินรถต่อไปจนกว่าการเจรจาจะสิ้นสุดลงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด เพราะจะทำให้การบริการมีความต่อเนื่องไร้รอยต่อ แต่หากเอกชนตัดสินใจหยุดเดินรถโดยพลการทั้งที่สัญญายังผูกพันอยู่อาจถือเป็นการผิดสัญญาที่นำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าปรับและค่าเสียหายตามกระบวนการทางกฎหมายแพ่งในอนาคต
ส่วนอีกประเด็น คือ การเร่งรัดงานก่อสร้างสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ของโครงการรรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หากยังหาข้อยุติไม่ได้จะส่งผลให้โครงการรถไฟไทย-จีน ที่ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี ไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้
รฟท.เตรียมนำข้อเสนอการปรับลดเนื้อเนื้องานบางส่วนออกจากสัญญาเดิมมาเจรจากับเอกชน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและลดความซับซ้อนของโครงการลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เอกชนยอมรับเงื่อนไขและดำเนินงานส่วนนี้ต่อได้
ทั้งนี้รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนทั้งในเรื่องการปรับรูปแบบสัญญาและการหาทางออกรอยต่องานก่อสร้าง เพื่อนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC เพื่อประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายต่อไป
สำหรับหลักการของภาครัฐในการบอกเลิกสัญญา มีเงื่อนไขสำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย 1. ยกเลิกสัญญาโดยความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย 2. ยกเลิกสัญญาโดยการสิ้นสุดครบสัญญา 50 ปี 3. ศาลมีมติสั่งให้ยกเลิกสัญญา และ 4. ภาครัฐเป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญาเอง ซึ่งในขณะนี้ทางกฎหมายยังไม่เข้าข่ายเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวจากเอกชนได้ทันที







