
"กรมราง" ผุดรถไฟทางคู่สายใหม่ สุพรรณบุรี-บ้านภาชี 4.7 หมื่นล้าน
กรมราง ดันทางรถไฟสายใหม่ เชื่อม Missing Links สุพรรณบุรี-บ้านภาชี 4.7 หมื่นล้านบาท เร่งจัดทำอีไอเอ คาดเสร็จม.ค.70
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางสุพรรณบุรี-บ้านภาชี ระยะทาง 73.8 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 47,661 ล้านบาท
- มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายใต้กับสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
- ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2570
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี เบื้องต้นกรมรางพร้อมผลักดันโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 73.8 กิโลเมตร วงเงิน 47,661 ล้านบาท ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2570
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายนี้ถือเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายใต้กับโครงข่ายทางรถไฟเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังสายตะวันออกได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันยังขาดโครงข่ายทางรถไฟ (missing link railway network) ช่วงนี้อยู่ โครงการดังกล่าวประกอบด้วย 5 สถานี และย่านกองเก็บสินค้า 2 แห่ง
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ภายหลังรับฟังการบรรบายสรุป รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้ร่วมลงพื้นที่จุดตัดทางรถไฟบริเวณทางหลวงหมายเลข 3260 อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟบริเวณเส้นทางเลียบคลองทางเข้าวัดป่าเลไลยก์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าการขอรับการจัดสรรงบประมาณ สำหรับดำเนินการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ
ทั้งนี้ในปัจจุบัน รฟท. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement) ร่วมกับแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีแล้ว โดยรฟท. อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคาและติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ สัญญาณไฟแจ้งเตือนและเครื่องหมายจราจร บริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมทั้งปรับปรุงทางผ่านเป็นแผ่นปูทางผ่านคอนกรีตกำลังสูงสำเร็จรูป โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2570 เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนที่สัญจรผ่านจุดตัดทางรถไฟดังกล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าแบบสมบูรณ์ไร้รอยต่อ (Seamless Network) โดยเฉพาะทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี ที่จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง
ทั้งนี้การพัฒนาระบบรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศจะช่วยสนับสนุนฐานการผลิตอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่ากลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทั้งภายในพื้นที่และระหว่างจังหวัด ตลอดจนเสริมความสมบูรณ์ของโครงข่ายคมนาคม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตามพร้อมบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมุ่งยกระดับระบบรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพ ระบบโลจิสติกส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน







