thansettakij
thansettakij
'กรมราง' ดีลรถไฟไทย-มาเลเซีย รื้อทางคู่สุไหงโก-ลก ปั้นฮับโลจิสติกส์ชายแดนใต้

'กรมราง' ดีลรถไฟไทย-มาเลเซีย รื้อทางคู่สุไหงโก-ลก ปั้นฮับโลจิสติกส์ชายแดนใต้

02 พ.ค. 69 | 07:52 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 69 | 08:10 น.

'กรมราง' ถกรถไฟไทย-มาเลเซีย ปลุกทางคู่สายใหม่ หาดูใหญ่-สุไหงโก-ลก รองรับโครงการ ECRL ยกระดับการค้าชายแดนใต้

KEY

POINTS

  • กรมการขนส่งทางรางหารือร่วมกับมาเลเซียเพื่อฟื้นฟูเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างสถานีสุไหงโก-ลก และสถานีรันเตาปันจัง ซึ่งหยุดให้บริการไปนานกว่า 20 ปี
  • ประเทศไทยมีแผนศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
  • โครงการนี้จะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟสายชายฝั่งตะวันออก (ECRL) ของมาเลเซีย และมีแผนพัฒนาพื้นที่ด่านปาดังเบซาร์เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ชายแดนใต้

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อกำหนดท่าทีความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางรางเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ

สำหรับการหารือในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากข้อเสนอมาเลเซีย ที่ต้องการให้มีการรื้อฟื้นเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานีรันเตาปันจัง รัฐกลันตัน ซึ่งหยุดให้บริการไปนานกว่า 20 ปี

 

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.)

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการฟื้นฟูเพื่อกลับมาเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งสินค้าอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ได้

ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ระยะทางประมาณ 215 กิโลเมตร (กม.) ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อกับมาเลเซียในอนาคต

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟทางคู่สายดังกล่าวจะสอดรับกับโครงการสำคัญที่จะส่งผลต่อโครงข่ายรางในอนาคต ได้แก่โครงการพัฒนาระบบรางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย (ECRL) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2570 โดยมีสถานีโกตาบารู ห่างจากจุดเชื่อมต่อสุไหงโก-ลก เพียง 30 กิโลเมตร

 

สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางปรับปรุงพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าทางราง ณ ด่านปาดังเบซาร์ โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้า (Container Yard) เพิ่มเติม เพื่อลดความแออัดและแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ของสถานีเดิม ซึ่งจะช่วยให้อำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชน แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว” นายพิเชฐ กล่าว