thansettakij
thansettakij
เปิดประมูล 8 สัญญา สร้าง "ไฮสปีดไทย-จีน เฟส2" ธ.ค.นี้

คมนาคม เปิดประมูลสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 ธ.ค.นี้

29 ก.ค. 69 | 02:55 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ค. 69 | 03:06 น.

“คมนาคม” จ่อเปิดประมูล "รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน" เฟส 2 ลุย 8 สัญญา ภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังเฟส 1 เร่งก่อสร้าง คืบหน้า 55% ปักธงเปิดให้บริการปี 73 เชื่อมไทย–ลาว–จีน

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 (ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) จำนวน 8 สัญญา ภายในเดือนธันวาคม 2569
  • โครงการระยะที่ 2 มีระยะทาง 357.12 กิโลเมตร ประกอบด้วย 5 สถานี ภายใต้วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท
  • ตั้งเป้าหมายเริ่มการก่อสร้างในปี 2570 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2574 เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคายอย่างสมบูรณ์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ 1/2569 เบื้องต้นที่ประชุมได้ติดตามการเตรียมความพร้อมของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (ไฮสปีด) ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 5 แห่ง วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR และราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านการเวนคืนที่ดิน

เปิดประมูล 8 สัญญา

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีแผนประกาศประกวดราคางานโยธาจำนวน 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574 ซึ่งเมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครไปถึงจังหวัดหนองคายได้อย่างสมบูรณ์

อัพเดตสร้างเฟส 1 คืบหน้า 55%

นอกจากนี้ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 6 แห่ง และมีวงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า 55.27%

ส่วนของงานที่มีความก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ตามสัญญา 3-2 รวมถึงงานช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ตามสัญญา 3-4  

ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว อยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลงนามสัญญาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็ว

รฟท.ลุยสร้างเอง ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา รวมถึงได้รับทราบรูปแบบสีและลวดลายของขบวนรถไฟที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะทางวิศวกรรมและพัฒนากระบวนการผลิตในประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติให้แยกงานก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟในโครงการระยะที่ 1 ออกมาเป็นสัญญาใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดข้อจำกัดด้านขั้นตอน และช่วยให้การก่อสร้างสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

“เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างระบบขนส่งที่รวดเร็วขึ้น แต่คือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กระจายไปยังทุกภูมิภาค พร้อมพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และสามารถเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายพิพัฒน์กล่าว

 

กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อหารือติดตามความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน (ไฮสปีด) ระยะที่ 1 และเตรียมแผนเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2

ปักธงปี 73 เปิดให้บริการ 

อย่างไรก็ดีจากความคืบหน้าดังกล่าว กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมาในปี 2573 ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้ว เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดและเมืองสำคัญตามแนวเส้นทาง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการติดตามความก้าวหน้าและการแก้ไขอุปสรรคของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

พื้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน ระยะที่ 1

ทั้งนี้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองหลักในภูมิภาค ลดข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลา ตลอดจนสนับสนุนการเคลื่อนย้ายประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

นอกจากนี้การเชื่อมต่อดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเพิ่มศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภูมิภาค