thansettakij
thansettakij
'พิพัฒน์' ถกทูตอินเดีย เคาะดีลยักษ์เอเชียใต้ ปลุกท่าเรือระนอง-เพิ่มเที่ยวบิน

'พิพัฒน์' ถกทูตอินเดีย เคาะดีลยักษ์เอเชียใต้ ปลุกท่าเรือระนอง-เพิ่มเที่ยวบิน

23 ก.ค. 69 | 09:58 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 10:27 น.

“พิพัฒน์” หารือเอกอัครราชทูตอินเดีย เดินหน้า 80 ปีความสัมพันธ์ไทย-เอเชียใต้ ดันการบิน ท่าเรือถนน ท่องเที่ยว การค้า ยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

KEY

POINTS

  • คมนาคม-ทูตอินเดีย หารือแนวทางส่งเสริมการใช้ประโยชน์ท่าเรือระนองเพื่อเชื่อมโยงการค้าและการขนส่งกับ 3 ท่าเรือสำคัญของอินเดีย
  • สนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทย-อินเดีย และผลักดันให้เกิดเส้นทางบินตรงจากเชียงใหม่ไปยังอินเดียเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
  • ผลักดันความคืบหน้าความตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างอินเดีย-เมียนมา-ไทย (IMTMVA) เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางบก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ได้เข้าพบกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทยและอินเดีย ด้านการขนส่งทางน้ำ ด้านการบินระหว่างไทยและอินเดีย ตลอดจนการหารือความตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างอินเดีย เมียนมา และไทย (IMTMVA)

ทั้งนี้จากการหารือร่วมกันได้มีการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือสำคัญของอินเดียทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือเจนไน ท่าเรือวิสาขปัทนัม และท่าเรือกัลกัตตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับอินเดียให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ศักยภาพของท่าเรือฝั่งอันดามันของประเทศไทยในการเชื่อมโยงการค้ากับภูมิภาคเอเชียใต้

ขณะเดียวกันได้หารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบินระหว่างไทยและอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการเดินทางระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยแล้วกว่า 1,056,729 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.98 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
 

พร้อมสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าต่อว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย รวมทั้งการขยายเส้นทางบินสู่เมืองสำคัญของทั้งสองประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดเส้นทางบินตรงจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียม โดยพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการให้บริการแก่ผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยไทยพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ว่าจะมาจากประเทศใด ความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

 

หารือความคืบหน้าความตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างอินเดีย เมียนมา และไทย

อย่างไรก็ดียังได้หารือถึงความคืบหน้าของความตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างอินเดีย เมียนมา และไทย (India - Myanmar - Thailand Motor Vehicle Agreement : IMTMVA) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งทางถนนระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนของภูมิภาคโดยรวม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐอินเดียมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการคมนาคมขนส่ง โดยในปี 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยอินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี 

นายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทยและอินเดีย

ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นประตูสำคัญของภูมิภาคอาเซียน การเชื่อมโยงระบบคมนาคมระหว่างกันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเดินทาง แต่เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

นายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดำเนินนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสายการบินของอินเดียในการรักษาระดับจำนวนเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงการผลักดันเส้นทางบินใหม่สู่จังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต

นายปุนีต กล่าวต่อว่า พร้อมในการสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านคมนาคมระหว่างสองประเทศ ทั้งด้านการขนส่งทางทะเลและทางถนน ตลอดจนพร้อมเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และสนับสนุนนักลงทุนอินเดียให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว

“ขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับสาธารณรัฐอินเดียในทุกมิติ เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเอเชียใต้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนของทั้งสองประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบหารือกันอีกครั้งในการประชุม BIMSTEC ณ สาธารณรัฐอินเดียในโอกาสต่อไป” นายปุนีต กล่าว