
สมช. จับตา 4 สัญชาติเสี่ยง 'จีน-รัสเซีย-ยิว-อินเดีย' รับปรับเกณฑ์ฟรีวีซ่า
สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. จับตา 4 สัญชาติเสี่ยงหาช่องฟรีวีซ่า ทำกิจกรรมผิดวัตถุประสงค์ในไทย ทั้งจีน รัสเซีย อิสราเอล และอินเดีย แนะหน่วยงานความมั่นติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลกระทบต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- สมช. แสดงความกังวลต่อมาตรการปรับเกณฑ์ฟรีวีซ่าใหม่ โดยเห็นควรให้หน่วยงานความมั่นคงติดตามและประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด
- มีการระบุ 4 สัญชาติกลุ่มเสี่ยงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ จีน รัสเซีย อิสราเอล และอินเดีย
- เหตุผลของความกังวลคือความเสี่ยงที่กลุ่มอาชญากรต่างชาติจะใช้มาตรการฟรีวีซ่าเป็นช่องทางในการทำกิจกรรมที่ผิดวัตถุประสงค์ในประเทศไทย
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดได้มีมติเห็นชอบการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทยเพิ่มเติม พร้อมทั้งเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งหมด 5 ฉบับ ซึ่งทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มีความคิดเห็นประกอบการพิจารณา โดยแสดงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่กลุ่มอาชญากรต่างชาติจะแสวงประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวโดยใช้เป็นช่องทางในการดำเนินกิจกรรมอย่างผิดวัตถุประสงค์ในประเทศไทย
สำหรับข้อกังวลดังกล่าว นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ทำหนังสือประกอบการพิจารณาต่อครม. ระบุเนื้อหาว่า สมช.เห็นชอบในการดำเนินการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทยเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ รวมถึงร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย 5 ฉบับ เพื่อให้การทบทวนมาตรการสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่า การปรับปรุงมาตรการครั้งนี้ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบในมิติการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มิติเศรษฐกิจ และมิติความมั่นคง ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริม การท่องเที่ยวกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ และสอดคล้องกับหลักประติบัติต่างตอบแทน
อย่างไรก็ตามเห็นควรให้หน่วยงานความมั่นคงยังคงต้องติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลกระทบ โอกาส และความท้าทายจากการบังคับใช้มาตรการฯ ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะสัญชาติกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ จีน รัสเซีย อิสราเอล และอินเดีย เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่กลุ่มอาชญากรต่างชาติจะแสวงประโยชน์จากมาตรการฯ โดยใช้เป็นช่องทางในการดำเนินกิจกรรมอย่างผิดวัตถุประสงค์ในไทย โดยอาจมีการปรับวิธีการให้ชับซ้อนยิ่งขึ้น อาทิ การสวมสิทธิ การปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงการใช้เทคโนโลยี
นอกจากนี้ ควรเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) ให้สามารถคัดกรองประวัติและตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยช่องชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงในชั้นต้น ตลอดจนควรเร่งรัดการเชื่อมโยงฐานข้อมูลชาวต่างชาติระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่นเดียวกัน
สำหรับมติครม.ดังกล่าว นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า ครม.มีมติเห็นชอบการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราของไทยเพิ่มเติม เพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ควบคู่กับการปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคง ป้องกันการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ และลดความซ้ำซ้อน โดยยึดหลัก “1 ประเทศ 1 สิทธิ”
สาระสำคัญคือการยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว การทำงาน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น และให้พำนักได้ไม่เกิน 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศและดินแดน เนื่องจากระยะเวลาพำนักที่ยาวอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการเข้ามากระทำผิดกฎหมายหรือดำเนินกิจกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว พร้อมปรับสิทธิใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ โดยพิจารณาทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหลักต่างตอบแทน
สำหรับมาตรการใหม่ กำหนดให้ 59 ประเทศและดินแดนได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน โดยเพิ่มสิทธิให้ 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย โครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์ ส่งผลให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจายกเว้นวีซ่าเชงเกนให้คนไทย และการจัดทำความตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
ในส่วนของสิทธิพำนักไม่เกิน 15 วัน กำหนดให้มอริเชียสและเซเชลส์ได้รับสิทธิดังกล่าว เพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน ก่อนนำมาทบทวนอีกครั้ง โดยพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวและมูลค่าการใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงบทบาทสำคัญของอินเดียในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยประมาณ 7.17 วันต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง
ส่วนการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival กำหนดให้สิทธิแก่ 3 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และเซอร์เบีย โดยยกเลิกสิทธิ Visa on Arrival ของอินเดีย เนื่องจากได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา 15 วันแทน เพื่อไม่ให้เกิดสิทธิซ้ำซ้อน
ภายหลังการทบทวน จะมีประเทศและดินแดนที่ได้รับสิทธิตามมาตรการต่าง ๆ รวม 65 ประเทศและดินแดน โดยร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 ฉบับ จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยและได้รับสิทธิตามมาตรการเดิมก่อนประกาศใหม่มีผลใช้บังคับ จะยังสามารถพำนักต่อได้ตามระยะเวลาสิทธิเดิมที่เหลืออยู่







