thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ส่ง“วีระยุทธ”ติดตามแก้ปัญหาจราจร พัฒนาลาน 83 ไร่ ท่าเรือแหลมฉบัง

“สรรเพชญ”ส่ง“วีระยุทธ”ติดตามแก้ปัญหาจราจร พัฒนาลาน 83 ไร่ ท่าเรือแหลมฉบัง

24 มิ.ย. 69 | 12:23 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 12:33 น.

“สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ส่ง“วีระยุทธ” ติดตามนโยบายที่ท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาจราจร พัฒนาลาน 83 ไร่ และผลักดันระบบ Truck Queue ยกระดับโลจิสติกส์ไทย

KEY

POINTS

  • นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังตามข้อสั่งการของ รมช.สรรเพชญ บุญญามณี เพื่อติดตามการดำเนินงาน
  • ติดตามความคืบหน้า 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แผนแก้ไขปัญหาจราจร, การพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่เพื่อรองรับกิจกรรมโลจิสติกส์ และระบบบริหารจัดการรถบรรทุก (Truck Queue)
  • เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในพื้นที่ EEC

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตามข้อสั่งการของ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายธนะพงษ์ สวัสดิ์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 (ชลบุรี) นายภัทรพล สีดอกบวบ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชลบุรีที่ 2 พร้อมด้วยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง

การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ ประกอบด้วย แผนการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อใช้เป็นลานอเนกประสงค์รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ และความคืบหน้าการทดสอบระบบ Truck Queue เพื่อบริหารจัดการการเข้า-ออกของรถบรรทุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายวีระยุทธ กล่าวว่า นายสรรเพชญได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของไทย

                          วีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามการดำเนินงาน

“สิ่งที่กระทรวงคมนาคมต้องการเห็น คือความก้าวหน้าที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ทุกโครงการต้องมีเป้าหมาย มีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และมีตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งต่อผู้ประกอบการ ภาคการขนส่ง และประชาชนในพื้นที่” นายวีระยุทธ กล่าว

นายวีระยุทธ ได้ติดตามรายละเอียดแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต 

ในส่วนของพื้นที่ 83 ไร่ ได้กำชับให้เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ลดความแออัดภายในท่าเรือ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

                     วีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามการดำเนินงาน

ขณะเดียวกัน ได้ติดตามความคืบหน้าระบบ Truck Queue ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการจราจรภายในท่าเรือ โดยได้มอบหมายให้มีการใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการลดระยะเวลารอคอย การลดปริมาณรถสะสม และการเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถบรรทุก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการขยายผลในระยะต่อไป

“ท่าเรือแหลมฉบังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ การพัฒนาในทุกมิติต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการนำนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวีระยุทธ กล่าว

ภายหลังการประชุม นายวีระยุทธ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและแล้วเสร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้