thansettakij
thansettakij
รูปภาพจำลองโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)

รฟท. ขีดเส้น เคลียร์สัญญา ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ ปิดดีล ก.ย.นี้

18 มิ.ย. 69 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 05:21 น.

รฟท. กางไทม์ไลน์ ลุ้นข้อเสนอใหม่กลุ่มซีพี หาทางออก ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน หลังรัฐเบรกแก้สัญญา คาดได้ข้อสรุปภายในก.ย.นี้ หากล่ม ด้าน รฟท. ลุยสร้างพื้นที่ทับซ้อนเอง

KEY

POINTS

  • รฟท. กำหนดเส้นตายให้การเจรจาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับเอกชนคู่สัญญา (กลุ่มซีพี) ต้องได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนนี้
  • การเจรจาเกิดจากภาครัฐมีนโยบายไม่แก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ทำให้เอกชนต้องกลับไปหาข้อเสนออื่นเพื่อขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม
  • หากไม่สามารถตกลงกันได้ภายในกำหนด รฟท. จะเข้าดำเนินการก่อสร้างช่วงที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน (บางซื่อ-ดอนเมือง) ด้วยตนเอง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอฟังข้อเสนอจากทางเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ที่กลับไปหาทางออกเพิ่มเติมจากกรณีจะไม่มีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน

ลุ้นถก 3 ฝ่าย

ทั้งนี้ภายหลังเอกชนตอบกลับถึงข้อเสนอเพิ่มเติมแล้ว ทราบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะมีการนัดหารือร่วม 3 ฝ่าย คือ สกพอ. รฟท. และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด จากนั้นจะนำข้อเสนอในการผลักดันโครงการนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)

รฟท.เชื่อว่าโครงการไฮสปีดสายนี้จะมีความคืบหน้า มีทางออกที่เหมาะสมและสามารถเดินหน้าได้ภายในปีนี้

ออปชั่นท้าย ล้มสัญญา-ประมูลใหม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ปัจจุบันน่าจะใกล้ได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินโครงการแล้ว

ทั้งนี้ต่องรอข้อเสนอจากทางเอกชนที่นำไปหารือเพิ่มเติมกับทางสถาบันการเงิน จากนั้นจะนำมาหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง สกพอ. รฟท. และเอกชนคู่สัญญา เพื่อเจรจาว่าจะมีส่วนใดที่ภาครัฐสามารถสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับเอกชน และลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นต่อโครงการนี้ได้หรือไม่

ยืนยันว่าแนวทางของการเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่ เป็นแนวทางออกในกรณีร้ายแรงสุด (Worst-Case) แหล่งข่าว กล่าว

ปิดช่องเจรจา ก.ย.นี้

นอกจากนี้ทราบว่าปัจจุบันความล่าช้าของโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ส่งผลกระทบต่อโครงการไฮสปีดไทย - จีน เนื่องจากมีพื้นที่ทับซ้อนงานก่อสร้างช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง และปัจจุบันโครงการก่อสร้างไฮสปีดไทย – จีนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องแล้ว

ทั้งนี้จากการหารือร่วมของคณะทำงาน 3 ฝ่าย ได้กำหนดไทม์ไลน์ของการเจรจาทางออกในโครงการนี้ต้องได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ย.นี้ หากไม่แล้วเสร็จ รฟท.จะเดินหน้าการก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนของโครงการไฮสปีดไทย - จีนเอง จากปัจจุบันที่งานก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวทางกลุ่มซีพีต้องดำเนินการ

อย่างไรก็ดีข้อเสนอการเจรจาให้กลุ่มซีพีรับงานก่อสร้างส่วนต่อขยายไฮสปีดสามสนามบิน ระยะที่ 2 ช่วงอู่ตะเภา – ระยอง – จันทบุรี – ตราด ให้เป็นออปชันเสริมจูงใจเดินหน้าโครงการนั้น เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวไม่ใช่แนวทางออกที่จะจูงใจเอกชนได้ เนื่องจากปัญหาในขณะนี้ทางเอกชนไม่สามารถหาสินเชื่อในการเริ่มก่อสร้างโครงการได้

เคลียร์ 18 ประเด็นตอบอัยการ

สำหรับการเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ปัจจุบันเป็นหนึ่งแนวทางที่คณะทำงาน 3 ฝ่ายเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาและส่งร่างแก้ไขสัญญามายัง รฟท. โดยไม่ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมต่อการแก้ไขสัญญา

ส่วนกรณีข้อสังเกต 18 ประเด็นที่อัยการสูงสุดสอบถามไว้ก่อนหน้านี้ รฟท.ได้ตอบกลับชี้แจงหมดแล้ว ขณะที่ประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นสำคัญเรื่องการวางหลักประกันโครงการ

ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าควรให้รวมหลักประกันทั้งส่วนหลักประกันสัญญาและหลักประกันเพิ่มเติมไว้ด้วยกัน

อย่างไรก็ดีรฟท.ได้ชี้แจงกลับไปแล้วถึงประเด็นนี้ โดยหลักประกันทั้งสองส่วนถูกแยกกันมาตั้งแต่ต้น เป็นไปตามมติ กพอ.เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการ โดยภายหลังชี้แจงอัยการได้รับทราบและไม่ขัดข้อง

ทั้งนี้ทางอัยการสูงสุดก็ไม่ได้มีข้อสังเกตกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน แต่ภาครัฐยังคงมีนโยบายไม่แก้สัญญาร่วมลงทุน ทำให้ขณะนี้ทางเอกชนจึงขอกลับไปหาข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อนำมาหารือ ซึ่งทางออกน่าจะมีการเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนหรือช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติม ซึ่งต้องหารือร่วมกันก่อนว่าเป็นสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการได้หรือไม่