
'พิพัฒน์' ถกทูตรัสเซีย ร่วมทุนจัดซื้อขบวนรถไฟ-ลานจอดรถ 2 สนามบิน
'พิพัฒน์' ถกทูตรัสเซีย กางแผนกระชับสัมพันธ์ 128 ปี ลงนาม MOI ความร่วมมือด้านการขนส่ง เทคโนโลยีระดับสากลยกระดับโลจิสติกส์ไทย จ่อร่วมทุนโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแก่งคอย จัดหารถจักร-โบกี้พ่วง หนุนระบบลานจอดรถอัจฉริยะ 2 รุกขนส่งพลังงานสะอาด
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมหารือกับทูตรัสเซีย เตรียมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้
- รัสเซียแสดงความสนใจร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระบบรางของไทย เช่น การจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าและโบกี้บรรทุกสินค้า
- ฝ่ายรัสเซียสนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบลานจอดรถอัจฉริยะ (Smart Car Park) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ให้การต้อนรับ นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อหารือกระชับความสัมพันธ์ครบรอบ 128 ปี ระหว่างประเทศไทย-รัสเซีย
สำหรับการหารือในครั้งนี้ มุ่งเป้าเดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับระบบคมนาคมไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ทั้งนี้ฝ่ายไทยและรัสเซียจะพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นห้วงเวลาการจัดประชุม ASEAN-Russia Summit ในเดือนมิถุนายนนี้ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตนมีความพร้อมและสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาระบบรางของไทย อาทิ โครงการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแห่งใหม่ บริเวณชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมถึงโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า และโบกี้บรรทุกตู้สินค้า พร้อมอะไหล่ รวมถึงโครงการ Smart Car Park ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ได้ชี้แจงถึงนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่าและกระทบเพดานหนี้สาธารณะให้น้อยที่สุด โดยได้มอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทบทวนรูปแบบการจัดหารถจักรและโบกี้ โดยเพิ่มทางเลือกเพื่อบริหารงบประมาณ เช่น การปรับลดจำนวนการจัดซื้อในระยะแรกเหลือ 50% หรือเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเช่าจากภาคเอกชน ซึ่งในรายละเอียดเชิงลึกจะมอบหมายให้ผู้ว่าการรถไฟฯหารือร่วมกับสถานทูตรัสเซียต่อไป
ส่วนการพัฒนาท่าอากาศยาน ได้เสนอความสนใจเข้าร่วมโครงการ Smart Car Park ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้สนามบิน โดยจะมอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นผู้หารือในรายละเอียดต่อไป
“ประเทศไทยเปิดกว้างรับเทคโนโลยีจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เทคโนโลยีที่นำเข้ามาจะต้องสามารถบูรณาการและเชื่อมต่อกับโครงข่ายระบบรางของไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพเทียบเท่านานาอารยประเทศ” นายพิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางการ ยกระดับการขนส่งทางน้ำด้วยพลังงานสะอาด เพื่อขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ และคืนสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต






