
'พิพัฒน์' ไขลานแผนลงทุนคมนาคม 69 อืด พิษสงครามฉุดเบิกจ่ายต่ำเป้า 40%
'พิพัฒน์' รับเบิกจ่ายงบคมนาคมปี 69 แตะ 2.3 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 40% เหตุสงครามตะวันออกกลางทำราคาวัสดุพุ่ง พบเอกชนคู่สัญญาผวาค่าเคผันผวน ดันงบปี 70 เน้นซ่อมบำรุงงาน-พลังงงานสะอาด
KEY
POINTS
- การเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนปี 2569 ของกระทรวงคมนาคมล่าช้ากว่าเป้าหมาย โดยเบิกจ่ายได้เพียง 40%
- สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างผันผวน ทำให้ผู้รับเหมาไม่มั่นใจที่จะลงนามในสัญญา
- กระทรวงคมนาคมสั่งเร่งรัดการเบิกจ่าย พร้อมเตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้รับสัญญา และปรับแผนงบปี 2570 ให้เน้นการซ่อมบำรุงมากกว่าการก่อสร้างใหม่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการงบประมาณประจำปี 2569 วงเงินรวม 265,406.77 ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นไปที่รายจ่ายด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศกว่า 234,748.55 ล้านบาท โดยได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด
ทั้งนี้เพื่อให้เม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเตรียมความพร้อมจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาคำขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัด (8 ส่วนราชการ 1 องค์การมหาชน และ 7 รัฐวิสาหกิจ) รวมทั้งสิ้น 399,474.20 ล้านบาท
ทั้งนี้ในงบประมาณปี 2570 ได้กำหนดนโยบายสำคัญเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเน้นการบำรุงรักษา มากกว่าสร้างเส้นทางใหม่
อย่างอะไรก็ดีได้ปรับแผนการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงข่ายคมนาคมเดิมให้มีสภาพดีและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยให้พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของการศึกษาดูงาน รวมถึงให้ทบทวนการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการเช่าพื้นที่แทน เพื่อนำเม็ดเงินไปใช้ในส่วนที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับการนำร่องใช้พลังงานสะอาด กำหนดนโยบายให้การเช่าหรือซื้อรถยนต์ใหม่สำหรับส่วนราชการ ต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือไฮบริด (Hybrid) พร้อมสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในทุกพื้นที่ของหน่วยงานที่สามารถทำได้ เพื่อสนับสนุนการลดมลพิษและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของแผนงบประมาณปี 2569 นั้น กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เน้นเรื่องการซ่อมบำรุงเป็นหลัก
ทั้งนี้ได้พิจารณาเห็นความจำเป็นของโครงการที่ต้องมีความต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรในแต่ละพื้นที่เกิดความสมบูรณ์ รวมถึงโครงการที่ค้างคามานาน ขณะเดียวกันได้สั่งชะลอโครงการประเภทการสร้างสำนักงานใหม่ โดยให้เปลี่ยนเป็นการเช่าแทนเพื่อประหยัดงบประมาณ
สำหรับสถานการณ์การเบิกจ่ายงบประมาณในปัจจุบัน นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายยังค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 40% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย โดยบางหน่วยงานมีการเบิกจ่ายเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งตั้งเป้าหมายให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาที่เคยทำได้เกือบ 100%
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์สงครามที่ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อการคำนวณค่าเค (ค่าดัชนีราคาที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคางานก่อสร้าง) เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมาอาจไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น โดยผู้ที่ชนะการประกวดราคาหลายรายยังไม่มีความมั่นใจต่อสถานการณ์ จึงยังไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ส่งผลให้ตัวเลขการเบิกจ่ายล่าช้า
"เราไม่อยากให้แต่ละหน่วยงานกอดเงินเอาไว้โดยไม่เกิดประโยชน์ เพราะหากไม่เร่งใช้ งบประมาณก็จะถูกดึงกลับคืนทั้งหมด" นายสิริพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกันสำนักงบประมาณจะมีการเชิญกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมาร่วมหารือถึงมาตรการเยียวยาคู่สัญญา คาดว่าจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาในเดือนพฤษภาคมนี้
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรายงานสถานการณ์การเบิกจ่ายทุกสิ้นเดือน และต้องรายงานให้ทราบในสัปดาห์แรกของเดือนถัดไป
อย่างไรก็ดีได้กำชับให้พิจารณานำเงินนอกงบประมาณและเงินจากกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้ทันที เช่น การติดสัญญาณไฟจราจร หรือการขยายไหล่ทางในพื้นที่ชนบท ซึ่งใช้งบประมาณเพียง 3-5 ล้านบาทต่อโครงการ







