
รัฐบาล ดัน 'แลนด์บริดจ์' เข้า ครม. มั่นใจยกระดับพื้นที่ SEC
รัฐบาล เตรียมเสนอ "โครงการแลนด์บริดจ์" เข้า ครม. "นายกฯอนุทิน" ยืนยันเป็นนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันมาโดยตลอด "รองนายกฯพิพัฒน์" มั่นใจคุ้มค่าต่อการลงทุน ช่วยยกระดับเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้
นายกรัฐมนตรี ออกมาหนุนเต็มตัวหลังรองนายกฯ พิพัฒน์ เตรียมเสนอโครงการแลนด์บริดจ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดันมาตลอด พร้อมเผยได้ปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับยุคสมัยแล้ว ทั้งด้านเทคโนโลยีและต้นทุนก่อสร้าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์วันนี้(25 เมษายน 69) ถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอโครงการแลนด์บริดจ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
นายอนุทินระบุว่า โครงการนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดันมาตั้งแต่ต้น โดยได้มีการศึกษารายละเอียดและปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในด้านเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบการดำเนินงาน
"วันนี้มีเหตุผลที่ต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองช่องทางการขนส่ง หรือมีไอเดียเก็บค่าผ่านทาง ถ้าไทยมีโครงการที่พึ่งพาตัวเองได้ เกิดรายได้ เกิดความมั่งคั่งกับเศรษฐกิจ เราต้องเร่งพิจารณา" นายอนุทินกล่าว
เมื่อถูกถามถึงแนวทางสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ นายกฯ ตอบเพียงสั้น ๆ ว่าเป็นเรื่องของส่วนรวม ขณะที่คำถามจากฝ่ายที่ยังคัดค้านโครงการ นายอนุทินกลับไม่ตอบ เพียงหัวเราะแล้วขึ้นรถกลับทันที ทิ้งคำถามค้างไว้โดยไม่มีคำชี้แจง
พิพัฒน์ ยืนยันเดินหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” ยกระดับพื้นที่ SEC
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศอินโดนีเซียมีกระแสข่าวเตรียมพิจารณาจัดเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทางในช่องแคบมะละกา ซึ่งถือเป็นเส้นทางเดินเรือหลักของภูมิภาคอาเซียนและของโลก ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ความสำคัญของการหาเส้นทางเดินเรือสำรอง หรือเส้นทางใหม่ กลายเป็นวาระเร่งด่วนระดับโลก
นายพิพัฒน์ ระบุว่า การดำเนินการผ่านช่องแคบมะละกา ยังมีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาและเกี่ยวข้องกับทั้งประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ปัจจัยเหล่านี้ จึงถือเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ในการเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกาสำหรับการขนส่งทางทะเลระดับนานาชาติ
กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดให้โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นนโยบายเรือธงที่ต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ยืนยันได้ว่า โครงการนี้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้มีบริษัทและนักลงทุนจากหลากหลายประเทศแสดงความสนใจที่จะเข้ามาศึกษาและเตรียมความพร้อมในการร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก โครงการแลนด์บริดจ์ ยังเป็นการยกระดับเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ เอสอีซี(SEC) ให้มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี
"กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบเส้นทางและจุดที่ตั้งโครงการอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจเกิดจากการทิ้งสมอเรือลุกล้ำ หรือคร่อมเขตน่านน้ำ อย่างไรก็ตาม จะมีกำหนดการลงพื้นที่จริงอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อสานต่อผลการศึกษาและผลักดันโครงการเข้าสู่ภาคปฏิบัติจริงต่อไป" นายพิพัฒน์ กล่าว







