
‘พิพัฒน์’ คุม รฟท.-รฟม.-ทล. แบ่ง 3 รมช.คมนาคม บก-น้ำ-อากาศ-ราง ครบ!
‘พิพัฒน์’ แบ่งงาน 3 รัฐมนตรีช่วยคมนาคม คุมเข้มทุกมิติ บก-น้ำ-อากาศ-ราง ประกาศปรับลดงบประมาณ เน้นซ่อมบำรุงทางเดิม กระตุ้นเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม กำกับดูแลหน่วยงานหลักด้วยตนเอง เช่น การรถไฟฯ (รฟท.), การรถไฟฟ้าฯ (รฟม.), และกรมทางหลวง (ทล.)
- มอบหมายงานให้รัฐมนตรีช่วย 3 ท่าน แบ่งกันกำกับดูแลหน่วยงานด้านคมนาคมทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
- รัฐมนตรีช่วยแต่ละท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงานในแต่ละภูมิภาคควบคู่กันไป ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง/เหนือ และภาคใต้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังได้ร่วมมอบนโยบายและทิศทางการทำงานของกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 3 ท่าน เข้ามาช่วยกำกับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ และขยายงานให้ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพและตอบสนองนโยบายได้สูงสุด
ทั้งนี้ตนได้กำกับหน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กรมทางหลวง (ทล.) ,กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ,การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ,การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) , สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ,สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางบก ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก ,องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ,บริษัท ขนส่ง จำกัด และด้านคมนาคมทางราง ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง ,บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ,สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) และกำกับดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางอากาศ ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน ,บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด, สถาบันการบินพลเรือน , บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ
ด้านนายสรรเพชญ บุญญามณี กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางน้ำ ได้แก่ กรมเจ้าท่า ,การท่าเรือแห่งประเทศไทย ,บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และกำกับดูแลพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด
ทั้งนี้การดำเนินงานในระยะต่อไปจะสอดรับเรื่องความคุ้มค่าและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยจะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน หันมาให้ความสำคัญกับการซ่อมบำรุงโครงข่ายเส้นทางเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุดมากกว่าการทุ่มงบสร้างใหม่ รวมถึงตัดลดงบก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานรัฐ และเร่งสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
สำหรับ 4 นโยบายหลัก เพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ เป็นเข็มทิศในการทำงานของกระทรวงคมนาคม ดังนี้ 1.ลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัย มุ่งลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชน ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบและแก้ปัญหาจุดเสี่ยงบนท้องถนน โดยเฉพาะการเร่งสางปัญหาการก่อสร้างบนถนน เพื่อคืนพื้นผิวจราจรและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน
2.กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรม เร่งเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยเร่งรัดโครงการ Quick Win 39 โครงการ เป็นลำดับแรก
3. เปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด (Green Transport) ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
4. วางรากฐานอนาคตและเปิดทางเอกชนร่วมลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้พร้อมรองรับอนาคต โดยจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน (Public Private Partnership: PPP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน และช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว






