

KEY
POINTS
นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 10 เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการอุโมงค์เชื่อมผืนป่า (Wildlife Corridor) บนทางหลวงหมายเลข 304 จังหวัดปราจีนบุรี
ทั้งนี้กรมทางหลวงได้รายงานแนวคิดการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมผืนป่า บนทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ามรดกโลก โดยออกแบบเป็นอุโมงค์ระดับพื้นถนน
นอกจากนี้ได้จัดให้มีพื้นที่ด้านบนเป็นทางเชื่อมให้สัตว์ป่าสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และพฤติกรรมสัตว์ป่า
อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการคุ้มครองระบบนิเวศอย่างสมดุล
สำหรับผลการติดตามภายหลังการเปิดใช้ในปี 2562 พบว่า สัตว์ป่าสามารถใช้งานอุโมงค์เชื่อมผืนป่าได้จริงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสัตว์ป่าหลากหลายกลุ่ม
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากรายงาน EIA เดิม พบว่าความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 156 ชนิด เป็น 172 ชนิด สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเชื่อมต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
เช่นเดียวกับการลดผลกระทบจากการแบ่งแยกพื้นที่ธรรมชาติ และการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุระหว่างยานพาหนะกับสัตว์ป่า ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเสริมสร้างความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครราชสีมา ยังมีโครงการสำคัญอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้แก่ โครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3486 ช่วงบ้านกุดเตย – บ้านใหม่ไทยถาวร
นอกจากนี้ยังมีทางหลวงหมายเลข 348 ช่วงอำเภอตาพระยา – อำเภอโนนดินแดง และการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำแผนการพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 61 (MR2) ช่วงปราจีนบุรี - นครราชสีมา ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการ
อีกทั้งกรมทางหลวงยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ทางหลวงคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน โดยจะนำผลสัมฤทธิ์จากโครงการอุโมงค์เชื่อมผืนป่าไปต่อยอดและขยายผลแนวคิด “ถนนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ” ให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นทั่วประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว