

KEY
POINTS
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) หรือมอเตอร์เวย์โคราช ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
สำหรับแก้ไขสัญญาในครั้งนี้ โดยเพิ่มเงื่อนไขให้กรมทางหลวงสามารถจ่ายค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องบางส่วน ก่อนวันเปิดให้บริการได้ เฉพาะงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ต้องไม่เกินวงเงินตามข้อเสนอเดิมของเอกชน และไม่กระทบยอดรวมค่าตอบแทนทั้งโครงการ
ทั้งนี้จากการตรวจสอบงานที่แล้วเสร็จ ณ วันที่ 10 มกราคม 2568 คำนวณเป็นวงเงินประมาณ 128.55 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายจากบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินของกองทุนดังกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า การแก้ไขสัญญาครั้งนี้ไม่ถือเป็นการจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม แต่เป็นการปรับจังหวะเวลาการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโครงการ โดยเอกชนคู่สัญญายินยอมไม่เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม และระยะเวลาการดำเนินงานและบำรุงรักษา 30 ปีจะยังคงเดิม
อย่างไรก็ดีการดำเนินการได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องครบถ้วน
สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์โคราช เป็นโครงการทางหลวงพิเศษระยะทางประมาณ 196 กิโลเมตร โดยภาครัฐรับผิดชอบงานโยธา และภาคเอกชนร่วมลงทุนในงานระบบและการดำเนินงาน–บำรุงรักษา ภายใต้รูปแบบ PPP Gross Cost มีระยะเวลาร่วมลงทุนไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันเปิดให้บริการ
ที่ผ่านมาการก่อสร้างงานโยธาของกรมทางหลวงในบางตอนประสบอุปสรรค จำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและขยายระยะเวลาดำเนินงาน ส่งผลให้การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างแก่เอกชนล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 25 เดือน และกระทบต่อกำหนดวันเปิดให้บริการ
นอกจากนี้ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม กรมทางหลวงสามารถจ่ายค่าตอบแทนการลงทุนงานระบบให้เอกชนได้ภายหลังวันเปิดให้บริการเท่านั้น เมื่อเกิดความล่าช้า เอกชนจึงยังไม่สามารถรับชำระค่าตอบแทน และอาจกระทบต่อการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ