

KEY
POINTS
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการลงทุนโครงการอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงแผนแม่บท (Master Plan) ใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพในอดีต
ทั้งนี้จากเดิมที่เป็นการลงทุนโครงการฯลงทุนเพียงครั้งเดียว มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท มาเป็นการแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารและไม่เป็นภาระด้านดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดีในระยะที่ 1 มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เนื่องจากพื้นที่เดิมของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นหนองงูเห่าที่มีการทรุดตัว เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบถนนเชื่อมต่อบางนา-ตราด งานปรับปรุงคุณภาพดิน และการออกแบบอาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปีครึ่ง ก่อนก่อสร้างระบบถนนเชื่อมต่อและระบบสาธารณูปโภคต่อไป
ส่วนระยะที่ 2 เป็นการก่อสร้างอาคารทิศใต้ (South Terminal) ครึ่งแรก สามารถรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี เมื่อรวมกับศักยภาพเดิมจะทำให้สุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคน ภายในเวลา 5 ปี
สำหรับระยะที่ 3 ก่อสร้างส่วนที่เหลือของอาคารทิศใต้และทางวิ่งเส้นที่ 4 (รันเวย์) เพื่อขยับเพดานการรองรับผู้โดยสารไปสู่ระดับ 120 ล้านคน ในระยะยาว 10-12 ปี
“การแบ่งการลงทุนออกเป็นเฟสดังกล่าว ไม่เพียงช่วยลดภาระทางการเงิน แต่ยังเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสนามบิน โดยเฉพาะการปิดปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลักที่เปิดใช้งานมากว่า 25 ปี ให้สามารถทำได้โดยไม่กระทบต่อศักยภาพการรองรับผู้โดยสารโดยรวม” นางสาวปวีณา กล่าว
นางสาวปวีณา กล่าวต่อว่า ขณะที่ความคืบหน้าโครงการขยายอาคารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันติดขั้นตอนรอความเห็นจากกระทรวงการคลังก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าอาจทันในรัฐบาลรักษาการชุดนี้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงในกรอบงบประมาณเดิมปี 2559
ทั้งนี้หาก ครม. อนุมัติ ตามขั้นตอนจะดำเนินการจัดทำร่างเอกสารการประกาศประกวดราคา (TOR) เพื่อเริ่มเปิดประมูลภายใน 1-2 เดือนนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี สามารถรองรับผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็น 70 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันสามารถรองรับได้ 65 ล้านคนต่อปี