

KEY
POINTS
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เปิดเผยว่า บริษัท อู่ตะเภาฯและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการ
"วันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ EECa ผมขอขอบคุณในความร่วมมือของภาครัฐ ที่ทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้สำเร็จ" นายคีรี กล่าว
ทั้งนี้บริษัทพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ดีเชื่อมั่นว่า EECa จะช่วยดึงดูดนักลงทุนระดับโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมรายได้ ให้กับคนไทยได้ในระยะยาว เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต
“นับตั้งแต่เราเริ่มเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก จนถึงวันนี้ ก็นับเป็นเวลาประมาณ 5 ปีครึ่ง แม้จะพบกับปัญหามากมาย ที่ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก" นายคีรี กล่าว
นายคีรี กล่าวต่อว่า ด้วยพันธมิตรที่ไม่ยอมแพ้ และผลักดันโครงการกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการลงนามร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 ผมมั่นใจว่าการลงนามในครั้งนี้ จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น
ทั้งนี้โครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับนักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า EECa พร้อมเปิดรับนักลงทุนทุกคน และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับ ก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR)
อย่างไรก็ตามเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐ และนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทาง UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน
นอกจากนี้จากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
โดยภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ ทาง UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่โครงการฯ ณ ปัจจุบัน ทางกองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินอู่ตะเภา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571
นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา-บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้