thansettakij
ไทยสมายล์บัส ทุ่ม 15 ล้าน ติดเครื่อง EDC รับบัตรสวัสดิการรัฐ ก.พ.นี้

ไทยสมายล์บัส ทุ่ม 15 ล้าน ติดเครื่อง EDC รับบัตรสวัสดิการรัฐ ก.พ.นี้

28 ม.ค. 2569 | 03:14 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 03:32 น.

ไทยสมายล์บัส อัดงบ 15 ล้านบาท ซื้อเครื่อง EDC ใหม่ 1.6 เครื่อง ลุยยกระดับการชำระเงิน รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดเริ่มให้บริการกลางเดือนก.พ.นี้

KEY

POINTS

  • ไทยสมายล์บัสลงทุน 15 ล้านบาท จัดซื้อเครื่อง EDC รุ่นใหม่ 1,500-1,600 เครื่อง เพื่อติดตั้งบนรถเมล์ไฟฟ้าทุกคัน
  • การติดตั้งครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากเครื่องรุ่นเก่าไม่สามารถอ่านข้อมูลบัตรได้
  • คาดว่าจะเริ่มให้บริการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ถือบัตร

​นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่อง EDC รุ่นใหม่ จำนวน 1,500-1,600 เครื่อง วงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อรองรับการชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเรียบร้อยแล้ว

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบตัวเครื่อง คาดว่ารถโดยสารของไทยสมายล์บัสทุกคันทุกเส้นทาง จะพร้อมเปิดให้บริการรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้

​นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า สาเหตุความล่าช้าการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านระบบเครื่องอ่านของรถเมล์จากแผนเดิมที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2568 นั้น เนื่องจากเครื่อง EDC เดิมที่พนักงานใช้อยู่ เมื่อผ่านการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทยพบว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้

ทั้งนี้ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อเครื่องใหม่ซึ่งใช้เวลานานกว่า3 เดือน เพื่อให้ระบบการรับชำระเงินมีความเสถียรและถูกต้องตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ดีหากมี​การขยายช่องทางรับชำระผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในระบบที่มีประมาณ 6-7 แสนคน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายผ่านระบบขนส่งสาธารณะตามวงเงินที่ภาครัฐกำหนด

ขณะเดียวกันในปัจจุบันไทยสมายล์บัสมียอดผู้โดยสารเฉลี่ย 10.5 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีผู้ใช้​บัตร HOP Card จำนวน 1.6 ล้านคนต่อเดือน คิดเป็น 15%

​ทั้งนี้ไทยสมายล์บัสได้ตั้งเป้าหมายผลักดันสัดส่วนการใช้บัตร HOP Card ให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของผู้โดยสารทั้งหมด เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากพันธมิตร

ด้านการชำระเงินของรถโดยสารไทยสมายล์บัสในปัจจุบันผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.​เงินสด ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร 15-20-25 บาท ตามระยะทาง

2.​บัตร HOP Card โดยมีโปรโมชั่น Daily Max จ่ายไม่เกิน 40 บาทต่อวัน นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยว และ 3.การสแกนจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ด QR Code (PromptPay) ผ่านแอปฯ ธนาคาร หรือ True Money Wallet

สำหรับ​เงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละ 750 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้จ่ายค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ (บขส., รถไฟ, ขสมก., รถไฟฟ้า และไทยสมายล์บัส โดยผู้ถือบัตรต้องเป็นผู้เดินทางเอง และหากวงเงินไม่เพียงพอจะต้องชำระส่วนต่างเพิ่มเติม