thansettakij
จับตาปี 69 ‘บีทีเอส-BEM’ จ่อชิงประมูล ‘ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์’  4.2 หมื่นล้าน

จับตาปี 69 ‘บีทีเอส-BEM’ จ่อชิงประมูล ‘ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์’ 4.2 หมื่นล้าน

08 พ.ย. 2568 | 22:00 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ย. 2568 | 02:16 น.

‘ทางหลวง’ กางแผนคืบหน้า ‘ต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์’ 4.2 หมื่นล้านบาท ปลุกโมเดลลงทุน PPP Gross Cost จับตาบีทีเอส-BEM ลุ้นชิงซองประมูล

KEY

POINTS

  • กรมทางหลวงเตรียมเปิดประมูลโครงการต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์ (ช่วงรังสิต-บางปะอิน) มูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569
  • บริษัทเอกชนรายใหญ่อย่าง บีทีเอส กรุ๊ปฯ (BTS) และ ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) แสดงความสนใจและพร้อมเข้าร่วมการประมูลโครงการ

‘โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) หรือ ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์’ หนึ่งในบิ๊กโปรเจ็กต์สำคัญที่จะช่วยลดความแออัดของการจราจรบนถนนหลักด้านล่าง โดยเฉพาะถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต ในช่วงเวลาเร่งด่วน

นายสุวิชาณ สุระบาล ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) หรือส่วนต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์ เบื้องต้นกรมฯได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market Sounding) เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ตามขั้นตอนกรมฯเตรียมดำเนินการประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน (RFP) ซึ่งจะเริ่มเปิดประมูลภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ก่อนลงนามสัญญาภายในปลายปี 2569 และเริ่มก่อสร้างใช้เวลา 4 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2574

สำหรับเอกชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นโครงการในครั้งนี้ เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือGULF ,บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC,บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM

บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทบีทีเอส อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ,บริษัทราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน),บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน),China State Construction ฯลฯ

ดร.ชัยศักดิ์ ศรีเศรษฐนิล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส อินฟราสตรัคเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้น่าสนใจและพร้อมที่จะลงทุน เนื่องจากรูปแบบการร่วมลงทุน PPP Gross Cost มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งโครงการลงทุนในงานระบบใช้งบประมาณไม่มาก เพราะมีระยะทางเพียง 22 กม.

แหล่งข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า ขณะนี้ BEM ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์สายนี้ ซึ่ง BEM ให้ความสนใจจะเข้าร่วมการประมูลอย่างแน่นอน

ทั้งนี้โครงการนี้จะดำเนินการในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP Gross Cost มีระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 34 ปี แบ่งเป็น ก่อสร้าง 4 ปี และ ดำเนินการและบำรุงรักษา (O&M) 30 ปี วงเงินลงทุน 42,055 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้างงานโยธา 30,080 ล้านบาท และค่างานระบบบำรุงรักษา 11,955 ล้านบาท ค่าดำเนินงานอื่นๆ 19 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนและบริหารจัดการจุดพักรถขนาดเล็ก (Rest Stop) พื้นที่ 5 ไร่ วงเงิน 209 ล้านบาท ซึ่งอยู่บริเวณตำแหน่งเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางรังสิต 1 (ขาเข้า) โดยเอกชนจะได้รับอนุญาตให้เข้าลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทาง

จากผลการศึกษาโครงการฯ โดยเอกชนเป็นผู้ออกแบบและลงทุนก่อสร้างงานโยธาทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร งานระบบและองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาครัฐจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนได้ลงทุนก่อสร้างและรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง

ทั้งนี้เอกชนจะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการให้บริการ (Availability Payment) จากกรมทางหลวงตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา คิดเป็นจำนวนเงินมูลค่าปัจจุบันไม่เกิน 47,881 ล้านบาท โดยรัฐแบ่งจ่ายคืนค่าตอบแทนเงินลงทุนค่าก่อสร้างไม่น้อยกว่า 15 ปี และค่าตอบแทน O&M เป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันที่เปิดให้บริการ

ด้านรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับตามแนวถนนพหลโยธิน โดยก่อสร้างต่อขยายตั้งแต่ช่วงรังสิต - บางปะอิน รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านซ้ายกว้าง 2 เมตร

ไหล่ทางด้านขวากว้าง 1 เมตร และงานอาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น อาคารด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง อาคารศูนย์ควบคุมกลาง อาคารกู้ภัย และอาคารสถานีตำรวจทางหลวง

นอกจากนี้แนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทรลล์เวย์ มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต ประมาณ กม.33+924 ของถนนพหลโยธิน และมีจุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน ประมาณ กม.1+800 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32

ทั้งนี้โครงการฯสามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางปะอิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร

นอกจากนี้ตลอดสายทางมีจุดขึ้น-ลง/จุดเชื่อมต่อ จำนวน 7 แห่ง ดังนี้ 1. จุดเชื่อมต่อ บริเวณด่านฯ รังสิต 1 2. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ รังสิต 2 3. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ คลองหลวง 4.จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ม.ธรรมศาสตร์ 5.จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ นวนคร 6. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ วไลยอลงกรณ์ และ 7. จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ประตูน้ำพระอินทร์

ส่วนอัตราค่าผ่านทางของโครงการฯ ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ ราคา 20 บาทหรือ 40 บาทต่อคัน และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ ราคา 30 บาทหรือ 65 บาทต่อคัน โดยจะปรับอัตราค่าผ่านทางขึ้นทุกๆ 5 ปี ในอัตรา 2.5% ต่อปี คาดการณ์ในปีที่เปิดให้บริการภายในปี 14 ล้านคันต่อปี

อย่างไรก็ตามโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน หรือ (M5) เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายกรุงเทพมหานคร-ด่านแม่สาย/เชียงของ (M5) ในระยะเร่งด่วน ตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)

เมกกะโปรเจ็กต์ หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,147 วันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568