thansettakij
thansettakij
‘คมนาคม’ เบรกขึ้นค่าบริการรถแท็กซี่ ลุยติดคิวอาร์โค้ด แก้ปฏิเสธผู้โดยสาร

‘คมนาคม’ เบรกขึ้นค่าบริการรถแท็กซี่ ลุยติดคิวอาร์โค้ด แก้ปฏิเสธผู้โดยสาร

21 ต.ค. 68 | 03:26 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 68 | 04:09 น.

‘คมนาคม’ สั่ง ‘กรมขนส่ง’ เบรกขึ้นค่าบริการ SurCharge แท็กซี่ หวังช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ ลุยติดตั้งคิวอาร์โค้ดร้องเรียน เริ่มมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ เพิ่มบทลงโทษจ่ายค่าปรับ 2 พันบาท-พักใช้ใบขับขี่ทันที แก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมสั่งชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ เพื่อลดผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบัน
  • เร่งแก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร โดยสั่งการให้รถแท็กซี่ทุกคันต้องติดสติกเกอร์คิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อเป็นช่องทางร้องเรียนโดยตรง
  • ผู้โดยสารสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดข้างตัวรถเพื่อตรวจสอบข้อมูลคนขับและร้องเรียนได้ทันที หากพบการกระทำผิดจะมีโทษปรับและอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นำระบบเทคโนโลยี Digital Taxi Meter เพื่อปรับขึ้นค่าบริการเพิ่มเติมหากมีการใช้บริการรรถแท็กซี่นั้น ขณะนี้ยืนยันว่าจะไม่ขึ้นราคาค่าโดยสารตาม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งจะต้องรอกรมฯศึกษา เรื่องค่าโดยสารที่เป็นธรรมให้แล้วเสร็จก่อน อีกทั้งต้องรอเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วย

‘คมนาคม’ เบรกขึ้นค่าบริการรถแท็กซี่ ลุยติดคิวอาร์โค้ด แก้ปฏิเสธผู้โดยสาร

“ปัจจุบันมุ่งเน้นที่ระบบความปลอดภัย ความสะดวกและความทันสมัยก่อน ส่วนการประเมินผลเรื่องค่าโดยสาร เช่น ค่า Surcharge จะใช้เวลาพิจารณาและจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนอย่างละเอียดรอบคอบยังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงการดำเนินการเท่านั้น เป็นเพียงแนวคิดที่ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านทุกมิติ ซึ่งหากมีผลบังคับใช้แล้วจะใช้สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคตหรือภาคสมัครใจ โดยจะต้องไม่กระทบหรือเป็นภาระกับผู้ขับรถแท็กซี่ปัจจุบัน” นางสาวมัลลิกา กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้มีข้อสั่งการให้กรมฯ ยกระดับบริการแท็กซี่ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยใช้ระบบคิวอาร์โค้ดร้องเรียน (QR Code) เพื่อแก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งผู้โดยสารสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด QR Code ที่ติดอยู่บริเวณประตูข้างรถ (ด้านนอก) เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่,เลขที่ใบขับขี่ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการในเรื่องความปลอดภัย ความสะดวก ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ 
 

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า  การแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร โดยใช้ระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ติดอยู่ด้านนอกตัวรถแท็กซี่ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสแกนและสามารถร้องเรียนได้ทันที 

นอกจากนี้ยังสามารถร้องเรียนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากการปฏิเสธผู้โดยสารได้ด้วย หากรถคันดังกล่าวปฏิเสธการรับผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ ข้อมูลนี้จะลิงก์ตรงไปยังกรมฯ โดยระบุขึ้นทะเบียนรถและข้อมูลคนขับได้ทันที

‘คมนาคม’ เบรกขึ้นค่าบริการรถแท็กซี่ ลุยติดคิวอาร์โค้ด แก้ปฏิเสธผู้โดยสาร

ขณะเดียวกันกรมฯจะมีการประสานงานกับอู่รถแท็กซี่และสหกรณ์แท็กซี่ โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 5,000 คัน ให้เข้ามารับสติ๊กเกอร์ไปดำเนินการ 

“การบังคับใช้ระบบคิวอาร์โค้ด ตามแผนกรมฯ จะเริ่มติดสติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดบนตัวรถแท็กซี่ โดยจะเริ่มพร้อมกับการตรวจสภาพรถประจำปี ที่มีการตรวจรถ 2 ครั้งต่อปี ภายในปีนี้ ยืนยันว่ารถแท็กซี่ทุกคันต้องติดสติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อใช้เป็นช่องทางร้องเรียนโดยตรง” นายสรพงศ์ กล่าว 

สำหรับบทลงโทษหากรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารนั้น เบื้องต้นกรมฯจะบังคับใช้บทลงโทษ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ที่มีโทษ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยจะมีการบันทึกประวัติ จากนั้นจะนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หากกระทำผิดซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือหากเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สามารถนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีแท็กซี่ที่ให้บริการในระบบประมาณ 69,000 คัน ลดลงเมื่อเที่ยบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 จำนวน ประมาณ 120,000 คัน