
“กทท.” ลุยพัฒนาองค์กร-ดันท่าเรือสีเขียว สู่การเป็น Low Carbon Port
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เดินหน้าพัฒนาองค์กรควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็น “Low Carbon Port” ตามนโยบาย 2D “Decarbonization” และ “Digital Transformation” มุ่งใช้เทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ยกระดับ กทท. ให้เป็นท่าเรือ สีเขียวชั้นนำอย่างสมบูรณ์
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า กทท. ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาท่าเรือให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการนำนโยบาย 2D ได้แก่
การลดคาร์บอน Decarbonization สนับสนุนให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำมุ่งใช้เทคโนโลยีสะอาด และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และ Digital Transformation พัฒนาเทคโนโลยี ในทุกกระบวนการในการดำเนินงาน การใช้ระบบ AI และระบบอัตโนมัติในการบริหารจัดการท่าเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กทท. ได้มีการวางแผนการบริหารจัดการทั้งระบบ โดยการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อรองรับนโยบาย 2D ดังนี้
- ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่คลังสินค้า อาคารสำนักงาน อาคารจอดรถ และวางแผนติดตั้งในอาคาร PAT Arena ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้รวมกว่า 5 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 55,000 ต้น
- ใช้รถเครื่องมือทุ่นแรงพลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันดีเซล
- ส่งเสริมการขนส่งทางรางและทางน้ำ ลดการพึ่งพาการขนส่งทางถนน ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนขององค์กร
- การออกใบเสร็จคาร์บอน (e-Carbon Receipt)
- การใช้ระบบ AI และระบบอัตโนมัติในการบริหารจัดการท่าเรือ
- การใช้งานรถ EV ในกิจการของ กทท.
- จัดทำแผนการศึกษาการติดตั้ง Onshore Power Supply สำหรับเรือสินค้าที่มาใช้บริการ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเรือ
- จัดการขยะจากท่าเรืออย่างเป็นระบบระบบ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการของเสียจากเรือสินค้าตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ International Maritime Organization: IMO
นอกจากนี้ กทท. ยังมีการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความร่วมมือในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าร่วมกับชุมชนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน และท่าเรือระนอง
โดย กทท. มุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน และเป็นองค์กรต้นแบบของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

