
สนค.ชี้ไทยกระจายนำเข้าพลังงาน รับความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
สนค.เผยไทยลดสัดส่วนนำเข้าน้ำมันดิบจาก 3 แหล่งหลักเหลือ 54.7% สหรัฐฯ ขึ้นแท่นแหล่งนำเข้าก๊าซอันดับ 1 จับตาความเสี่ยงฮอร์มุซกระทบต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ
KEY
POINTS
- สนค. ชี้ว่าไทยมีการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
- สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจาก 3 แหล่งหลักลดลงจาก 74.4% เหลือ 54.7% สะท้อนการพึ่งพาน้อยลง
- แหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติอันดับ 1 เปลี่ยนจากกาตาร์เป็นสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดหาแหล่งพลังงานทดแทน
- การกระจายแหล่งนำเข้ามีความจำเป็นเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบต่อต้นทุนและค่าครองชีพของประชาชน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลวิเคราะห์โครงสร้างการนำเข้าพลังงานของไทย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พบว่า ไทยกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานมากขึ้น ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ สะท้อนการปรับตัวในการจัดหาแหล่งทดแทนเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน
ลดสัดส่วนน้ำมันดิบจาก 3 แหล่งหลัก
โครงสร้างการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยมีการกระจายแหล่งนำเข้ามากขึ้น โดยสัดส่วนมูลค่านำเข้าจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอเมริกา ลดลงจาก 74.4% เหลือ 54.7%
ขณะที่ก๊าซธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงแหล่งนำเข้าอันดับ 1 จากกาตาร์เป็นสหรัฐอเมริกา สะท้อนการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนเพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ
จับตาต้นทุนพลังงานส่งผ่านถึงค่าครองชีพ
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก สะท้อนความจำเป็นที่ไทยต้องบริหารความเสี่ยง โดยไม่พึ่งพาแหล่งนำเข้าจากประเทศหรือภูมิภาคใดมากเกินไป
เนื่องจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ต้นทุนการนำเข้า ต้นทุนการผลิต และการขนส่ง ไปจนถึงราคาสินค้าและภาระค่าครองชีพของประชาชน







