
ลุ้นคลังลดภาษีน้ำมัน E20–B20 ทุก 1 บาท ราคาลด 1.18 บาท/ลิตร รัฐสูญ 287 ล้าน/เดือน
คลัง เตรียมลดภาษีสรรพสามิตเฉพาะดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 ส่วนลดเท่าไร รอ ครม. 27 ต.ค. ระบุรัฐเก็บภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันสองชนิดนี้ได้เดือนละราว 1,716 ล้านบาท ทุก 1 บาทที่ลด รายได้จะหายเดือนละ 287 ล้านบาท หรือเกือบ 3,500 ล้านบาทต่อปี ราคาหน้าปั๊มลด 1.18 บาท/ลิตร
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20
- มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์ม
- การลดภาษีสรรพสามิตทุก 1 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลงได้ประมาณ 1.18 บาทต่อลิตร
- คาดการณ์ว่าหากลดภาษีลง 1 บาทต่อลิตร จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตประมาณ 287 ล้านบาทต่อเดือน
26 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ต.ค. นี้จะหารือเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หากมีมติเห็นชอบจะแถลงอีกครั้ง โดยระบุสั้น ๆ ว่าเรื่องภาษีดังกล่าวมีการเสนอมา และเป็นน้ำมันประเภท E20
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ารัฐบาลต้องการใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตสร้างส่วนต่างราคาระหว่างดีเซลนำเข้าล้วนกับน้ำมันที่ผสมพลังงานชีวภาพ
"ราคาดีเซลที่เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าเขามาผสมด้วยเอทานอล หรือผสมด้วยน้ำมันปาล์ม ที่เราเรียกว่า B20 หรือ E20 ซึ่งเราต้องการให้การลดภาษี เพื่อให้มีผลบวกต่อเกษตรกร คนที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง และปลูกปาล์มด้วย" นายเอกนิติ กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: อนุทิน รับ ครม.พรุ่งนี้จ่อลด "ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน" ช่วยค่าครองชีพ
คลังเคาะลดเฉพาะ B20–E20 ยังไม่เปิดตัวเลข
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ข้อเสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่จะเข้า ครม. วันที่ 27 ต.ค. จะลดให้น้ำมันสองชนิด คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 และ แก๊สโซฮอล์ 95 E20 ส่วนอัตราที่จะลดและระยะเวลาของมาตรการ แหล่งข่าวยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
เปิดโครงสร้างภาษีน้ำมัน ณ 26 ต.ค. 69
ตามโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพฯ ณ วันที่ 26 ต.ค. 2569 ดีเซล B20 เสียภาษีสรรพสามิต 5.953 บาท/ลิตร และภาษีเทศบาล 0.595 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยให้ 8.32 บาท/ลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 E20 เสียภาษีสรรพสามิต 6.00 บาท/ลิตร และภาษีเทศบาล 0.60 บาท/ลิตร กองทุนฯ ชดเชยให้ 5.16 บาท/ลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
ส่วนดีเซลหมุนเร็วธรรมดาเสียภาษีสรรพสามิต 6.92 บาท/ลิตร ราคาขายปลีก 43.54 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 E10 เสียภาษีสรรพสามิต 6.75 บาท/ลิตร ราคาขายปลีก 42.04 บาท/ลิตร
ตอนนี้ B20 ถูกกว่าดีเซลธรรมดา 6.35 บาท/ลิตร และ E20 ถูกกว่า E10 อีก 6.35 บาท/ลิตรเท่ากัน ส่วนต่างนี้มาจากเงินชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ เป็นหลัก เพราะภาษีสรรพสามิตของน้ำมันชีวภาพกับน้ำมันทั่วไปต่างกันไม่ถึง 1 บาท
โครงสร้างราคาน้ำมัน กทม. ณ 26 ต.ค. 2569 (บาท/ลิตร)
|
ชนิดน้ำมัน |
ภาษีสรรพสามิต |
ภาษีเทศบาล |
กองทุนน้ำมันฯ |
ราคาขายปลีก |
|
แก๊สโซฮอล์ 95 E20 |
6.00 |
0.60 |
ชดเชย 5.16 |
35.69 |
|
แก๊สโซฮอล์ 95 E10 |
6.75 |
0.675 |
ชดเชย 0.56 |
42.04 |
|
ดีเซล B20 |
5.953 |
0.595 |
ชดเชย 8.32 |
37.19 |
|
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา |
6.92 |
0.692 |
ชดเชย 3.20 |
43.54 |
รัฐเก็บภาษีจาก E20–B20 เดือนละ 1,716 ล้านบาท
ข้อมูลปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวันระบุว่าวันที่ 1–19 ต.ค. 2569 กลุ่มเบนซินมียอดใช้เฉลี่ย 29.57 ล้านลิตร/วัน และกลุ่มดีเซลหมุนเร็วเฉลี่ย 57.53 ล้านลิตร/วัน ฐานเศรษฐกิจนำยอดนี้มาคิดตามสัดส่วนล่าสุดที่กรมธุรกิจพลังงานรายงาน ซึ่ง E20 มีสัดส่วนราว 21% ของกลุ่มเบนซิน และ B20 ราว 6% ของกลุ่มดีเซล ได้ยอดใช้ E20 ราว 6.24 ล้านลิตร/วัน และ B20 ราว 3.33 ล้านลิตร/วัน รวมเกือบ 9.6 ล้านลิตร/วัน
เมื่อคูณกับอัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบัน รัฐเก็บภาษีสรรพสามิตจาก E20 ได้วันละราว 37.4 ล้านบาท หรือ เดือนละประมาณ 1,123 ล้านบาท และจาก B20 ได้วันละราว 19.8 ล้านบาท หรือ เดือนละประมาณ 594 ล้านบาท รวมสองชนิดราว 1,716 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 20,900 ล้านบาทต่อปี ถ้านับภาษีเทศบาลอีก 10% ที่เก็บไปพร้อมกันเพื่อส่งให้ท้องถิ่น ภาษีจากน้ำมันสองชนิดนี้จะรวมเป็นราว 1,888 ล้านบาทต่อเดือน
ประมาณการรายได้ภาษีสรรพสามิตจาก E20 และ B20
|
รายการ |
E20 |
B20 |
รวม |
|
ปริมาณการใช้ (ล้านลิตร/วัน) |
6.24 |
3.33 |
9.56 |
|
ภาษีสรรพสามิต (บาท/ลิตร) |
6.00 |
5.953 |
– |
|
รายได้ (ล้านบาท/วัน) |
37.4 |
19.8 |
57.2 |
|
รายได้ (ล้านบาท/เดือน) |
1,123 |
594 |
1,716 |
|
รายได้ (ล้านบาท/ปี) |
22,77 0* |
– |
– |
ลด 1 บาท/ลิตร รายได้หาย 287 ล้านบาท/เดือน
หากคำนวณโดยตั้งสมมติฐานว่าปริมาณการใช้คงที่ จะพบว่า การลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 ลิตรละ 1 บาท จะทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตจะหายไปราว 287 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 3,490 ล้านบาทต่อปี ถ้านับภาษีเทศบาลและ VAT ที่ลดลงตามไปด้วย รายได้รัฐที่หายไปทั้งหมดจะอยู่ที่ราว 338 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 4,100 ล้านบาทต่อปี
หากลดลิตรละ 2 บาท รัฐจะสูญเสียหายได้จากภาษีสรรพสามิตราว 574 ล้านบาทต่อเดือน ถ้าลดลิตรละ 3 บาท จะหายราว 861 ล้านบาทต่อเดือน และถ้ายกเว้นภาษีสรรพสามิตทั้งหมด รัฐจะเสียรายได้ราว 1,716 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี
ลดภาษี 1 บาท/ลิตร ราคาหน้าปั๊มลด 1.18 บาท/ลิตร
สำหรับผู้บริโภค ภาษีสรรพสามิตที่ลด 1 บาท จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดได้ราว 1.18 บาท/ลิตร เพราะภาษีเทศบาลและ VAT จะลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ต้องให้ผู้ค้าส่งผ่านราคาเต็มจำนวน ถ้ายกเว้นภาษีทั้งหมด ราคา B20 จะลดได้มากสุดราว 7.0 บาท/ลิตร และ E20 ราว 7.1 บาท/ลิตร
อย่างไรก็ตามตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณเบื้องต้น เพราะเมื่อราคาลด คนจะหันมาเติม E20 และ B20 มากขึ้น ฐานภาษีจะโตขึ้น และรายได้รัฐจากน้ำมันชนิดอื่นจะลดลงตาม ผลต่อรายได้สุทธิจึงขึ้นกับว่าคนย้ายจากน้ำมันชนิดไหนมามากเท่าไร
ลดภาษี 1 บาท รัฐเสียรายได้เท่าไหร่ และราคาหน้าปั๊มลดเท่าไหร่?
ผลของการลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 ตามอัตราที่ลด
|
อัตราที่ลด |
ราคาหน้าปั๊มลด (บาท/ลิตร) |
ภาษีสรรพสามิตที่หาย (ล้านบาท/เดือน) |
ภาษีสรรพสามิตที่หาย (ล้านบาท/ปี) |
รวมภาษีเทศบาลและ VAT (ล้านบาท/เดือน) |
|
1 บาท/ลิตร |
1.18 |
287 |
3,490 |
338 |
|
2 บาท/ลิตร |
2.35 |
574 |
6,980 |
675 |
|
3 บาท/ลิตร |
3.53 |
861 |
10,470 |
1,013 |
|
ยกเว้นทั้งหมด |
7.06 (E20) / 7.01 (B20) |
1,716 |
20,883 |
2,020 |
ตั้งสมมติฐานว่าปริมาณการใช้คงที่ และผู้ค้าส่งผ่านราคาเต็มจำนวน
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันรัฐขาดดุลเพิ่ม
ภาระของรัฐยังมีอีกด้าน คือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท นายเอกนิติเปรียบการลดภาษีสรรพสามิตกับการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ว่าเป็นเหมือน "กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา" ของรัฐบาล
"วันนี้ประเทศไทยเราขาดดุลการคลังอยู่ การลดภาษีสรรพสามิตก็ทำให้ขาดดุลมากขึ้น รายได้ก็หายไป รัฐก็ต้องกู้เงินมากขึ้น" นายเอกนิติ กล่าว
ต.ค. ขึ้นราคาสองรอบ แต่ E20–B20 รอดไปหนึ่งรอบ
เดือนนี้มีการปรับราคาขึ้นสองรอบ รอบแรกมีผลวันที่ 2 ต.ค. ขึ้นกลุ่มเบนซินและกลุ่มดีเซล 0.75 บาท/ลิตร รอบที่สองมีผลวันที่ 9 ต.ค. ขึ้นอีก 0.75 บาท/ลิตร แต่ยกเว้น E20, E85 และ B20
ปริมาณการใช้กลุ่มดีเซลหมุนเร็วเดือน ต.ค. ต่ำกว่าเดือน ม.ค. ซึ่งยังเป็นภาวะปกติ (66.92 ล้านลิตร/วัน) ราว 14% ส่วนกลุ่มเบนซินต่ำกว่าเดือน ม.ค. (32.66 ล้านลิตร/วัน) ราว 9.5% ช่วงก่อนวันขึ้นราคามีการแห่เติมตุนชัดเจน โดยวันที่ 10 และ 17 ต.ค. กลุ่มดีเซลขึ้นไปที่ 72.40 และ 72.16 ล้านลิตร/วัน
การลดภาษีเฉพาะ B20 และ E20 จึงเป็นการช่วยแบบจำกัดวง เป้าหมายคือให้คนเปลี่ยนชนิดน้ำมันมากกว่าลดราคาทุกชนิด ต้องจับตามติ ครม. 27 ต.ค. ว่าคลังจะลดลิตรละเท่าไร และใช้นานแค่ไหน.






