
กกพ.เปิดยุทธศาสตร์พลังงานไทย กระจาย LNG ลดเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ดันก๊าซไทยลดค่าไฟ
ไทยเปิดรับทุนพลังงานโลก กกพ.ดัน LNG-ก๊าซในประเทศ สร้างฮับกระจายพลังงานอาเซียน ชี้เพิ่ม Supply ในประเทศช่วยลดนำเข้า-กดต้นทุนค่าไฟ
KEY
POINTS
- กกพ. ชูยุทธศาสตร์กระจายแหล่งนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
- ผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนและเป็นศูนย์กลางกระจายพลังงานในภูมิภาค เพื่อดึงดูดนักลงทุนในธุรกิจ LNG และพลังงานสะอาด
- ส่งเสริมการเปิดประมูลแหล่งก๊าซในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อนำก๊าซที่ผลิตได้มาใช้ทดแทนการนำเข้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้นำเสนอแนวคิดการจัดบูธภายใต้ TRANSITION DESTINATION – จุดหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย ในงาน Gastech 2026 ภายใต้แนวคิดเปรียบการเปลี่ยนผ่านพลังงานเสมือนการเดินทางจากระบบพลังงานในอดีต ผ่านปัจจุบัน ไปสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต โดยจุดหมายของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการมุ่งสู่พลังงานที่สะอาดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบพลังงานที่สามารถรักษาสมดุลทั้ง ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่เหมาะสม ความยั่งยืน และการแข่งขันที่เป็นธรรม
โดยมองว่าเวทีพลังงานระดับโลกเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และพลังงานสะอาด หลัง CEO และผู้บริหารอุตสาหกรรมพลังงานจากทั่วโลกเดินทางเข้าร่วม ชี้ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน นักลงทุนต้องมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่สร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ขณะที่ไทยมีศักยภาพเป็นทั้งตลาดและศูนย์กลางกระจายพลังงานสู่ภูมิภาค
ซึ่งการจัดเวทีพลังงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากมีผู้บริหารระดับ CEO จากอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกเข้าร่วม ทั้งธุรกิจก๊าซ LNG และพลังงานสะอาด โดยนักลงทุนที่เข้าร่วมต่างมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
“ประเทศไทยเป็นปลายทาง (Destination) ที่สำคัญในเวลานี้ เนื่องจากภูมิรัฐศาสตร์ของโลกเปลี่ยนไป ทำให้นักลงทุนต้องแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงในการทำธุรกิจ ซึ่งไทยจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ”
ไทยต้องการใช้ก๊าซในประเทศสูง
นอกจากนี้ ไทยยังมีความต้องการใช้ก๊าซในประเทศค่อนข้างสูง และมีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งกระจายพลังงานไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยปัจจุบันเริ่มเห็นทั้งผู้ซื้อและผู้ลงทุนจากหลายประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น ทั้งจีน ญี่ปุ่น และประเทศในอาเซียน ซึ่งอาจนำไปสู่การจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจก๊าซ
อีกทั้งไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญในตลาดนำเข้า LNG ขณะที่โครงสร้างธุรกิจในประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยมีทั้ง ปตท. รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่มีศักยภาพเข้ามาเป็นผู้นำเข้า LNG ในอนาคต
นายพูนพัฒน์ กล่าวต่อไปอีกว่า ทิศทางตลาดพลังงานโลกในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงแหล่งก๊าซจากกาตาร์เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งนำเข้า (Diversify) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค
“ปัจจุบันอยู่ในยุคที่เป็นความมั่นคงทางด้านพลังงาน (Energy Security) ซึ่งต้องมองภาพรวมของการช่วยเหลือและพึ่งพากัน ไม่ใช่แค่ความมั่นคงของประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงความมั่นคงของภูมิภาคด้วย”
ขณะที่ Energy Security ในยุคใหม่ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการ แต่ยังหมายถึงความพร้อมในการพัฒนาประเทศในอนาคต หรือ Future Readiness โดยต้นทุนพลังงานที่เหมาะสมจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างแต้มต่อด้านการแข่งขันทางการค้าในอนาคต
กาตาร์คู่สัญญาระยะยาว
สำหรับการลดการพึ่งพาก๊าซจากกาตาร์นั้น มองว่ากาตาร์ยังเป็นคู่สัญญาระยะยาวของไทย และสัญญาดังกล่าวถือเป็นสัญญาที่ดีและมีราคาที่เหมาะสม แต่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ก๊าซจากกาตาร์ไม่สามารถออกมาได้ตามปกติ ไทยจึงจำเป็นต้องแสวงหาและกระจายแหล่งนำเข้าก๊าซจากแหล่งอื่นที่มีความเหมาะสมและเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไทยไม่ได้พึ่งพาก๊าซจากกาตาร์เพียงแหล่งเดียว โดยปัจจุบันนำเข้าก๊าซจากกาตาร์เพียงประมาณ 6% จึงยังสามารถกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานได้
ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องการให้กาตาร์มีบทบาทช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้แหล่งก๊าซบางแห่งไม่สามารถส่งออกได้ โดยเฉพาะการช่วยจัดหา LNG ในราคาที่เหมาะสมเข้ามาทดแทน Cargo ที่ไทยไม่สามารถนำเข้าได้
สำหรับการเปิดประมูลแหล่งก๊าซใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยรัฐบาลได้ส่งสัญญาณเปิดประเทศและเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน เนื่องจากโลกกำลังอยู่ในยุค Energy Transition และก๊าซยังเป็นพลังงานสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เปิดแหล่งก๊าซเพิ่มธุรกรรม-ลงทุน
การเปิดแหล่งก๊าซในประเทศจะช่วยเพิ่มธุรกรรมและการลงทุน รวมถึงเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ขณะเดียวกันยังมีส่วนช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า หากสามารถนำก๊าซจากแหล่งในประเทศเข้ามาใช้เพิ่มขึ้น
“หากได้ก๊าซที่มาจากแหล่งในประเทศ ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนเฉลี่ยค่าไฟถูกลง เพราะตอนนี้ก๊าซในประเทศไทยใช้ประมาณ 50% อยู่แล้ว ยิ่งถ้ามีของใหม่มาเติมมากขึ้น ก็จะช่วยลดภาระที่เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้น้อยลง”







