
ฮอร์มุซ-บับเอลมันเดบตึงเครียด น้ำมันดิบทะลุ 108 ดอลลาร์ โลกเสี่ยงวิกฤตพลังงาน
ฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ขณะ 'ฮูตี' รุกกดดันเส้นทางเดินเรือบับเอลมันเดบ ซ้ำท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ถูกปิด ดันราคาน้ำมันดิบทะลุ 108 ดอลลาร์ ตลาดพลังงานหวั่นอุปทานโลกสะดุด ดันต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้น กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ 2 แห่ง คือ ช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ เกิดภาวะตึงเครียดพร้อมกัน
- การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกจำกัดจากการเจรจาที่ชะงักงัน ขณะที่ช่องแคบบับเอลมันเดบเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากกลุ่มฮูตี
- แรงกดดันด้านอุปทานและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเสี่ยงให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกครั้งใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อต้นทุนขนส่ง เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์พลังงานโลกกลับมาอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญพร้อมกัน 2 จุด ได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ โดยความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางบริหารการเดินเรือผ่านฮอร์มุซยังไม่สามารถเดินหน้าได้ หลังการประชุมระหว่างอิหร่านกับชาติอ่าวอาหรับที่มีโอมานเป็นตัวกลางถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากยังต้องการฉันทามติจากทุกฝ่าย
Reuters รายงานว่า อิหร่านยังไม่พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของอิหร่าน ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างมาก โดยช่วงสุดสัปดาห์มีเรือสินค้าโภคภัณฑ์ออกจากอ่าวเพียง 4 ลำ และแล่นเข้า 10 ลำ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันซึ่งอยู่ที่ 14 ลำต่อวัน สะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยของผู้ประกอบการเดินเรือ
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของตลาดพลังงานโลก เพราะก่อนเกิดความขัดแย้งมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลกผ่านเส้นทางนี้ การที่การเดินเรือยังถูกจำกัดจึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานและต้นทุนขนส่งในตลาดโลก
ฮูตีรุกบับเอลมันเดบ
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ฮอร์มุซ เมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนเดินหน้าขยายพื้นที่ควบคุมตามแนวชายฝั่งทะเลแดง และเข้าใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบมากขึ้น โดย AP รายงานว่าฮูตีสามารถยึดเกาะ Greater Hanish และ Lesser Hanish ในทะเลแดงตอนใต้ได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าควบคุมเมืองท่าโมคาและเกาะ Mayun ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบแล้ว
บับเอลมันเดบ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน และเป็นเส้นทางทางเลือกสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างยุโรปกับเอเชีย หากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการอาจต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวและหันไปใช้เส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งเพิ่มระยะเวลาเดินทางและต้นทุนเชื้อเพลิง
Reuters ระบุว่า แม้การเดินเรือผ่านบับเอลมันเดบยังดำเนินต่อไป แต่ภัยคุกคามจากฮูตีทำให้ต้นทุนการขนส่งทางเรือสูงขึ้น โดยอัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันปรับขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เชื้อเพลิงสำหรับเรือ หรือ Bunker Fuel ก็อยู่ในภาวะตึงตัว
ท่อซาอุฯ ปิดซ้ำแรงกดดัน
แรงกดดันต่อตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกชั้น หลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันจากฝั่งอ่าวไปยังท่าเรือ Yanbu บนทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
Reuters รายงานว่า ท่อส่งดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร และก่อนเกิดเหตุสามารถลำเลียงน้ำมันได้ราว 4–5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 4–5% ของอุปทานน้ำมันโลก โดยทำหน้าที่เป็นเส้นทางสำรองสำคัญในช่วงที่ฮอร์มุซมีข้อจำกัด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ต้องแยกออกจากการรุกของฮูตีอย่างชัดเจน โดยข้อมูลของ Reuters ระบุว่า การโจมตีท่อส่งน้ำมันเกิดจากโดรนที่มีต้นทางจากอิรัก ขณะที่กรุงแบกแดดและริยาดระบุว่าการโจมตีมีต้นทางจากอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านปฏิบัติการอยู่ จึงไม่ควรสรุปว่าฮูตีเป็นผู้โจมตีท่อดังกล่าวโดยตรง
ผลกระทบที่ตลาดกังวลคือ หากท่อส่ง East-West ยังไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ ซาอุฯ มีน้ำมันสำรองที่ท่าเรือ Yanbu เพียงพอรองรับการส่งออกได้ประมาณ 5–7 วันตามการประเมินของผู้ค้าน้ำมันและแหล่งข่าวในซาอุฯ หลังจากนั้นความสามารถในการส่งออกของประเทศอาจถูกกดดันมากขึ้น
น้ำมันทะลุ 108 ดอลลาร์
แรงกดดันจากความเสี่ยงด้านอุปทานและเส้นทางขนส่งทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Reuters รายงานว่า Brent ปรับขึ้นราว 3% แตะระดับ 107.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้นประมาณ 2.9% อยู่ที่ 102.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569
ขณะที่รายงานตลาดอีกฉบับของ Reuters ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นไปถึง 109.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักสูงกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันต้องจับตา 2 ตัวแปรพร้อมกัน คือ ความสามารถในการกลับมาเดินเรือผ่านฮอร์มุซ และความเสี่ยงต่อเส้นทางบับเอลมันเดบ หากทั้งสองเส้นทางถูกจำกัดในเวลาเดียวกัน ทางเลือกในการขนส่งน้ำมันและสินค้าระหว่างตะวันออกกลางกับตลาดโลกจะลดลง ขณะที่ค่าระวางเรือ ค่าเชื้อเพลิง และเบี้ยประกันภัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นอกจากผลกระทบต่อราคาน้ำมันโดยตรงแล้ว ความเสี่ยงยังอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าพลังงาน ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องเผชิญโจทย์เงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาไม่ใช่เพียงว่า Brent จะเคลื่อนไหวเหนือระดับ 108 ดอลลาร์ได้นานเพียงใด แต่คือ ฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทางเดินเรือได้เมื่อใด และบับเอลมันเดบจะถูกจำกัดการใช้งานมากขึ้นหรือไม่ หากความเสี่ยงทั้งสองจุดยืดเยื้อพร้อมกัน วิกฤตพลังงานรอบใหม่อาจไม่ได้กระทบเฉพาะราคาน้ำมัน แต่จะลามไปถึงต้นทุนขนส่ง เงินเฟ้อ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก







