thansettakij
thansettakij
‘ปตท.’ ปักหมุด LNG 15 ล้านตัน เร่งหาแหล่งก๊าซทั่วโลก รับมือวิกฤตพลังงาน-ฮอร์มุซ

‘ปตท.’ ปักหมุด LNG 15 ล้านตัน เร่งหาแหล่งก๊าซทั่วโลก รับมือวิกฤตพลังงาน-ฮอร์มุซ

14 ก.ย. 69 | 04:22 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 69 | 04:22 น.

ปตท.เร่งเครื่อง LNG Trading ตั้งเป้า 15 ล้านตันปี 2035 ดันไทยสู่ฮับพลังงานโลก มั่นใจไทยไม่ขาดพลังงาน กระจายแหล่งน้ำมัน-ก๊าซทั่วโลก รับมือวิกฤตฮอร์มุซ

KEY

POINTS

  • ปตท. ตั้งเป้าขยายธุรกิจซื้อขาย LNG ในตลาดโลกให้ถึง 15 ล้านตันภายในปี 2035 เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงทางพลังงาน
  • เร่งเดินหน้าลงทุนหาแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ทั่วโลก ทั้งในอ่าวไทย ประเทศเพื่อนบ้าน และพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพ
  • ใช้เครือข่ายธุรกิจ Trading ที่แข็งแกร่งทั่วโลกในการจัดหาพลังงานจากหลายแหล่ง เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือวิกฤต เช่น สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Gastech งานประชุมและนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติระดับโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ว่า ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังคงเป็นเชื้อเพลิงสำคัญต่อระบบพลังงานของโลก และจะมีบทบาทต่อเนื่องในช่วง 20-30 ปีข้างหน้า แม้หลายประเทศจะเร่งเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ตาม

ทั้งนี้ การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศบนแผนที่ธุรกิจก๊าซระดับโลก เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน ทั้งบริษัทพลังงานชั้นนำ หน่วยงานภาครัฐ และรัฐมนตรีจากหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าก๊าซธรรมชาติยังเป็นพลังงานที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

ก๊าซธรรมชาติพลังงานหลักไทย

ปัจจุบันประเทศไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม โดยก๊าซจากอ่าวไทยมีสัดส่วนประมาณ 50% ของการใช้ทั้งหมด ขณะที่นำเข้าจากเมียนมากว่า 10% และอีกกว่า 30% เป็น LNG จากตลาดโลก

“ก๊าซธรรมชาติได้รับการยอมรับว่าเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดที่สุดเมื่อเทียบกับถ่านหินและน้ำมัน ทั้งในด้านการปล่อยคาร์บอนและความสามารถในการจัดหา อีกทั้งยังมีราคาที่เหมาะสม จึงเป็นเชื้อเพลิงที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ต้นทุน และความยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม แม้ก๊าซธรรมชาติจะปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่น แต่ยังคงปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ ดังนั้น ปตท. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอนควบคู่กันไป โดยเฉพาะเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) เพื่อให้การใช้ก๊าซธรรมชาติในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

"การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถเกิดขึ้นภายในวันเดียว หรือภายในไม่กี่ปี ก๊าซธรรมชาติจึงยังเป็นพลังงานที่จำเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับต้องเร่งลดคาร์บอนควบคู่กันไป" 

ปักหมุด LNG แตะ 15 ล้านตัน

สำหรับทิศทางการขยายธุรกิจ ปตท. ยังคงยึดแนวคิด Energy Trilemma หรือการสร้างสมดุล 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่แข่งขันได้ และความยั่งยืน 

บริษัทเตรียมเดินหน้าลงทุนหาแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ทั้งในอ่าวไทย ประเทศเพื่อนบ้าน และพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วโลก พร้อมขยายธุรกิจซื้อขาย LNG ในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ปตท. มีปริมาณซื้อขาย LNG ในเชิงพาณิชย์อยู่ประมาณ 3-4 ล้านตันต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10 ล้านตันภายในปี 2030 ก่อนขยายเป็น 15 ล้านตันในปี 2035

นายคงกระพัน กล่าวอีกว่า เป้าหมายดังกล่าวเป็นการเพิ่มพอร์ตธุรกิจซื้อขาย LNG ในตลาดโลก ไม่ใช่ปริมาณนำเข้าของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยให้ ปตท. มีความยืดหยุ่นในการจัดหา LNG จากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมสร้างการเติบโตของธุรกิจในระดับสากล

ภายในงาน Gastech ปีนี้ ปตท. ยังใช้เวทีดังกล่าวหารือกับพันธมิตรและผู้ค้าพลังงานจากทั่วโลก ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาแหล่งก๊าซ และความร่วมมือด้านการซื้อขาย LNG ในอนาคต

มุ่งเครือข่าย Trading กระจายความเสี่ยง

นายคงกระพัน กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของ ปตท. ในปัจจุบันไม่ได้อยู่เพียงการจัดหาก๊าซและน้ำมันภายในประเทศ แต่ยังมาจากเครือข่ายธุรกิจ Trading ที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ทั้งลอนดอน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฮิวสตัน

เครือข่ายดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถจัดหาแหล่งพลังงานจากหลายประเทศเมื่อเกิดวิกฤต และลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ โดยในอดีตประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 70% แต่ปัจจุบันลดเหลือราว 30% และสามารถหันไปจัดหาจากสหรัฐฯ และแอฟริกาตะวันตกได้มากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

มั่นใจรับมือฮอร์มุซได้

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน นายคงกระพัน ยืนยันว่า ปตท. มีความพร้อมในการบริหารจัดการความเสี่ยง และมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เผชิญปัญหาขาดแคลนพลังงาน

บริษัทมีแผนฉุกเฉินรองรับวิกฤตที่ซักซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนล่วงหน้าในโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบจากภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก หรือแหล่งอื่นของโลก

นอกจากนี้ ธุรกิจ Trading ยังช่วยให้สามารถจัดหาน้ำมันและก๊าซจากหลายเส้นทาง แม้จะเกิดข้อจำกัดด้านเส้นทางเดินเรือหรือความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ

ภารกิจสำคัญของ ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจ คือการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการดูแลให้ประเทศไทยมีวัตถุดิบด้านพลังงานเพียงพอ เพราะการขาดแคลนพลังงานจะกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่น ปิโตรเคมี หรือภาคการผลิตอื่น ๆ ของประเทศ

โชว์ศักยภาพผ่าน Gastech

นอกจากการนำเสนอธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ CCS แล้ว ปตท. ยังใช้เวที Gastech แสดงนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากความเย็นที่เกิดจากการนำเข้า LNG เพื่อต่อยอดสู่การปลูกทิวลิปและสตรอว์เบอร์รีในจังหวัดระยอง ซึ่งสะท้อนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ขณะเดียวกัน ยังนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านกิจกรรมด้านอาหาร โดยเชิญเชฟระดับมิชลินและแชมป์ MasterChef Thailand มาร่วมสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพด้านพลังงานเข้ากับจุดแข็งของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

ทั้งนี้ ปตท. ระบุว่า จะยังคงเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ การสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานโลกในระยะยาว