
EGCO เปิด 4 ทางเลือก PDP2026 ก๊าซยังจำเป็น ดันแบตเตอรี่รับพลังงานหมุนเวียน
EGCO ชี้ทิศทาง PDP2026 เพิ่มบทบาทพลังงานหมุนเวียน แต่โรงไฟฟ้าก๊าซยังจำเป็นรักษาความมั่นคงระบบ พร้อมดัน Flexible Capacity, Energy Storage และแบตเตอรี่รับการเปลี่ยนผ่าน
KEY
POINTS
- ร่างแผน PDP2026 เสนอ 4 ทางเลือกหลักที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
- โรงไฟฟ้าก๊าซยังคงมีความจำเป็นในทุกทางเลือกเพื่อสร้างความมั่นคง แต่ต้องปรับบทบาทจากการเดินเครื่องต่อเนื่องมาเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง (Flexible Capacity)
- แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและรักษาเสถียรภาพของระบบ
EGCO เปิดมุมมองร่าง PDP2026 ชี้ 4 ทางเลือกสะท้อนโจทย์ประเทศไทยต้องเดินหน้าพลังงานสะอาดควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า โรงไฟฟ้าก๊าซยังมีบทบาทสำคัญ แต่ต้องปรับสู่ Flexible Capacity ขณะที่แบตเตอรี่และ Energy Storage กลายเป็นกลไกสำคัญรองรับพลังงานหมุนเวียน ด้านภาคเอกชนเตรียมปรับ Asset เดิม-คว้าโอกาสลงทุนใหม่ รับทิศทางพลังงานไทยระยะยาว 25 ปี
PDP2026 เพิ่มน้ำหนักพลังงานหมุนเวียน
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยถึงมุมมองต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP2026 ในงาน BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER "พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว" จัดโดย ฐานเศรษฐกิจร่วมกับโพสต์ทูเดย์ว่า ร่างแผนดังกล่าวเห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบไฟฟ้าของประเทศ
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดไม่สามารถดำเนินการโดยพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าเข้ามาสนับสนุน
ธรรมชาติของพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวนและไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ระบบไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีแหล่งผลิตที่สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาสมดุลและความมั่นคงของระบบ
PDP2026 4 ทางเลือก เดินหน้าพลังงานสะอาดควบคู่ความมั่นคง
นายธวัชชัยกล่าวว่า ร่าง PDP2026 เป็นแผนระยะยาว 25 ปี โดยรายละเอียดของแต่ละทางเลือกจะเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วง 13 ปีหลังของแผน ซึ่งประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่
Case 1 หรือ Base Case เป็นกรณีฐานที่อ้างอิงแนวทางตามแผนเดิม ขณะที่ Case 2 Conventional + CCUS เน้นการใช้โรงไฟฟ้าดั้งเดิมควบคู่กับเทคโนโลยีดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน หรือ CCUS/CCS เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พร้อมลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ส่วน Case 3 Renewable Energy Focus เป็นทางเลือกที่มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก โดยยังคงมีโรงไฟฟ้าก๊าซอยู่บางส่วน แต่จำเป็นต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในสัดส่วนสูงเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ ส่งผลให้ต้นทุนรวมของแนวทางนี้อยู่ในระดับสูง
ขณะที่ Case 4 เป็นแนวทางที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างพลังงานสะอาดกับความมั่นคงของระบบ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่มีความน่าสนใจในมุมของการบริหารต้นทุนและความมั่นคงด้านพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การประเมินต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเบื้องต้นของแต่ละทางเลือก พบว่าความแตกต่างของค่าไฟฟ้าไม่ได้ห่างกันมากนัก โดยตัวเลขของแต่ละกรณีมีความแตกต่างกันในระดับทศนิยม ทั้งนี้ เนื่องจากแผนดังกล่าวมองไปข้างหน้าถึง 25 ปี จึงยังมีปัจจัยอีกจำนวนมากที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ดังนั้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ภาครัฐสามารถนำข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด
โรงไฟฟ้าก๊าซยังไม่หาย แต่ต้องเปลี่ยนบทบาท
สำหรับบทบาทของโรงไฟฟ้าก๊าซ นายธวัชชัยมองว่า แม้ร่าง PDP2026 จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน แต่ทุกทางเลือกยังคงมีสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซ หรือ CCGT อยู่ สะท้อนว่าโรงไฟฟ้าก๊าซยังมีความจำเป็นต่อระบบไฟฟ้าไทย โดยเฉพาะการเข้ามารองรับในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามความต้องการ
อย่างไรก็ตาม บทบาทของโรงไฟฟ้าก๊าซในอนาคตอาจเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นเดินเครื่องอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มาเป็นโรงไฟฟ้าที่ต้องมีความยืดหยุ่นในการเดินเครื่องมากขึ้น
“Flexible Capacity” จึงกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของโรงไฟฟ้าก๊าซยุคใหม่ เพราะเมื่อพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบมากขึ้น โรงไฟฟ้าก๊าซจะต้องสามารถเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตให้ทันกับสถานการณ์ โดยยังต้องรักษาประสิทธิภาพการผลิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นายธวัชชัยระบุว่า ความสามารถดังกล่าวถือเป็นความท้าทายทั้งของภาครัฐและเอกชนในการออกแบบระบบไฟฟ้าของประเทศ เพราะจำเป็นต้องพิจารณาความสามารถในการปรับขึ้น-ลงของกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อการรองรับพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้น
ลด Minimum Generation เปิดทางพลังงานหมุนเวียน
อีกโจทย์สำคัญคือการลดระดับการเดินเครื่องขั้นต่ำ หรือ Minimum Generation ของโรงไฟฟ้าก๊าซ จากเดิมที่อาจต้องเดินเครื่องในระดับประมาณ 60% ของกำลังการผลิต ให้สามารถลดลงได้ถึงประมาณ 30%
การลดระดับดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง แต่พลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น
กล่าวได้ว่าโรงไฟฟ้าก๊าซในอนาคตอาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลักที่เดินเครื่องเต็มกำลังตลอดเวลา แต่จะทำหน้าที่เสมือน “กำลังผลิตสำรองที่ยืดหยุ่น” สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังการผลิต เพื่อรักษาสมดุลของระบบในแต่ละช่วงเวลา
ภาคเอกชนต้องปรับ Asset เดิม พร้อมลงทุนธุรกิจใหม่
นายธวัชชัยมองว่า การเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างระบบไฟฟ้าตามทิศทาง PDP2026 ทำให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมใน 2 ด้าน
- ด้านแรกคือ การปรับปรุง Asset ที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซ ต้องพิจารณาว่าจะสามารถ Modify หรือปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้สอดรับกับคุณลักษณะของระบบไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการเดินเครื่อง
- ด้านที่สองคือ การมองหาโอกาสลงทุนใหม่ ทั้งพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่ และระบบกักเก็บพลังงาน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
แบตเตอรี่กลไกสำคัญรักษาเสถียรภาพระบบ
สำหรับ Battery Energy Storage System หรือ BESS นายธวัชชัยมองว่า บทบาทของแบตเตอรี่ในระบบไฟฟ้ามีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้ามาช่วยบริหารความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพของระบบ
ดังนั้น หากมองภาพระบบไฟฟ้าไทยในอนาคต การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนอาจต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว
ในมุมของ EGCO การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ เพราะภาคเอกชนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่ปรากฏอยู่ในร่าง PDP2026 และประเมินศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ทันเมื่อทิศทางเชิงนโยบายมีความชัดเจนมากขึ้น
ท้ายที่สุด นายธวัชชัยมองว่า ระบบไฟฟ้าไทยในอนาคตไม่ควรเป็นการเลือกระหว่าง “พลังงานสะอาด” กับ “ความมั่นคง” แต่ต้องเป็นการออกแบบระบบที่ผสมผสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน โดยมีพลังงานหมุนเวียนเป็นกำลังสำคัญ โรงไฟฟ้าก๊าซทำหน้าที่ด้านความยืดหยุ่น และแบตเตอรี่กับ Energy Storage เข้ามาช่วยบริหารความผันผวน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างมั่นคงและมีต้นทุนที่เหมาะสม







