thansettakij
thansettakij
เอกนัฏ" ชู PDP 20226"สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม"  “เปิด Direct PPA ให้ประชาชนผลิตไฟเอง

เอกนัฏ ชู PDP 20226 "สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม" เปิด Direct PPA ให้ประชาชนผลิตไฟเอง

09 ก.ย. 69 | 04:13 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 04:48 น.

“เอกนัฏ” เปิดเกม PDP 2026 พลิกโฉมพลังงานไทย ชู 3 เสาหลัก “สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม” ดันไฟหมุนเวียน 65% ปลดล็อก Direct PPA ผุด “โรงไฟฟ้าประชาชน” 1 หมื่น MW

KEY

POINTS

  • ร่างแผน PDP 2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดเป็นอย่างน้อย 65% ภายในปี 2593 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมาย Net Zero
  • ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี (Direct PPA) โดยยกเลิกข้อจำกัดโควตาเดิม เพื่อเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงได้มากขึ้น
  • ผลักดันแนวคิด "โรงไฟฟ้าของประชาชน" โดยจัดสรรโควตา 10,000 เมกะวัตต์สำหรับโซลาร์บนหลังคาบ้านเรือน ให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายคืนได้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านงานสัมมนาใหญ่ “BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 หรือ PDP 2026 ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของประเทศในเวลานี้ เนื่องจากพลังงานเกี่ยวข้องโดยตรงทั้งกับค่าครองชีพประชาชน ต้นทุนภาคธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กระทรวงพลังงานได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP 2026 เป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางพลังงานของประเทศ โดยแผนดังกล่าวเป็นแผนระยะยาว 25 ปี ตั้งแต่ปี 2569–2593 หรือ ค.ศ. 2026–2050 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย

“แผนนี้เราเครียดและรอคอยกันมาตั้งแต่ปี 2018 รวมระยะเวลากว่า 8 ปี กว่าจะได้นำมาใช้ในปี 2026 หรือ 2027 ซึ่งเกือบ 10 ปี ดังนั้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยทุกคน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนและ Stakeholder ของประเทศ จะเข้ามาร่วมกันกำหนดอนาคตพลังงานของไทย”

วิกฤตโลกเร่งเครื่อง “Energy Transition”

นายเอกนัฏกล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงทั่วโลก หากเส้นทางขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงได้รับผลกระทบ ย่อมสร้างแรงกดดันต่ออุปทานการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกในสัดส่วน 20–30%

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจ ต้องเร่งยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งดิจิทัลและ AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้จากการส่งออก เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 2–3% ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป พลังงานจึงเป็นทั้งลมหายใจและต้นทุนค่าครองชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันหรือค่าไฟ ขณะเดียวกันก็เป็นหัวใจในการหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยุคใหม่ เป็นต้นทุนการประกอบการ และเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

สำหรับ PDP 2026 รัฐบาลวางกรอบการเปลี่ยนผ่านไว้บน 3 เสาหลัก ได้แก่ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่เหมาะสม และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ดันไฟหมุนเวียน 65% รับมือ CBAM

ในมิติความสะอาด ร่าง PDP 2026 กำหนดทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน และปรับไปใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า พร้อมเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล จากปัจจุบันที่พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้จริงยังต่ำกว่า 20% ช่วง 10 ปีแรก ระหว่างปี 2569–2578 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 50%

โดยเปิดให้ประชาชนร่วมพิจารณาทางเลือก 4 รูปแบบ ขณะที่ช่วง 15 ปีถัดไป ระหว่างปี 2579–2593 จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างน้อย 65% และเปิดฉากทัศน์ที่สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 89–90% ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture มาใช้การเพิ่มไฟฟ้าสะอาดยังมีความสำคัญต่อภาคส่งออกของไทย เพราะภาคอุตสาหกรรมต้องเตรียมรับมาตรการด้านคาร์บอนของตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

ลดพึ่ง Spot LNG สร้างเกราะความมั่นคง

ด้านความมั่นคง นายเอกนัฏ ระบุว่า ประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% และใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าประมาณ 60% โดยโครงสร้างก๊าซในระบบปัจจุบันมาจากอ่าวไทยและแหล่งบนบกประมาณ 60% นำเข้าจากเมียนมา 10% และ LNG ประมาณ 30% จุดเสี่ยงสำคัญคือการนำเข้า LNG แบบตลาดจร หรือ Spot LNG ซึ่งมีความผันผวนสูง โดยในช่วงวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคา JKM เพิ่มจากประมาณ 10–11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์ฯ ส่งผลให้ต้นทุนเนื้อไฟฟ้าพุ่งขึ้นมากกว่า 6 บาทต่อหน่วย

"PDP 2026" จึงมุ่งลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา Spot LNG ด้วยการประเมินศักยภาพก๊าซจากอ่าวไทยและแหล่งบนบกประมาณ 2,000–2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมทั้งการเจรจานำเข้าก๊าซจากเมียนมาในแปลง A6 เพิ่มเป็น 700–800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้มีก๊าซในระบบราว 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ปริมาณดังกล่าวเมื่อคำนวณตามอัตรา Heat Rate 1:7 จะรองรับกำลังผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติได้ประมาณ 21,000–24,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ในช่วง 10 ปีแรกของแผนจะมีการปลดระวางโรงไฟฟ้าก๊าซเก่าประมาณ 16,000–17,000 เมกะวัตต์ และสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนราว 9,000 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังผลิตจากก๊าซลดลงสุทธิ และลดความจำเป็นในการพึ่งพา LNG ตลาดจร

ชีวมวล “ไฟ 24 ชั่วโมง” กระจายรายได้เกษตรกร

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการผลักดันพลังงานชีวมวล ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Spot LNG ในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกผันผวน รัฐบาลมองว่าการส่งเสริมชีวมวลจะช่วยเปลี่ยนเม็ดเงินที่เคยไหลออกไปกับการนำเข้าพลังงาน มาเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้และซากพืชผลทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แทนการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งจะช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว

 

ปลดล็อก Direct PPA เปิดทาง “โรงไฟฟ้าประชาชน”

สำหรับเสาหลักด้านความเป็นธรรม รัฐบาลเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันระหว่างเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า โดยไม่ล็อกสเปก ทั้งก๊าซ พลังงานหมุนเวียน พลังงานน้ำ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR, Solid Oxide Fuel Cell, ไฮโดรเจน และพลังงานความร้อนใต้พิภพ ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีมติปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี หรือ Direct PPA โดยยกเลิกข้อจำกัดโควตา 2,000 เมกะวัตต์ เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงได้มากขึ้น

สำหรับกลุ่ม Data Center และ AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง จะถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 และต้องรับผิดชอบภาระต้นทุนส่วนเพิ่มจากการนำเข้า LNG เอง เพื่อไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวถูกผลักภาระไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าภาคประชาชน

ทุ่ม 1 หมื่น MW โซลาร์หลังคาบ้าน

ไฮไลต์สำคัญของร่าง PDP 2026 คือแนวคิด “โรงไฟฟ้าของประชาชน” โดยในเป้าหมายพลังงานแสงอาทิตย์ 24,000 เมกะวัตต์ในช่วง 10 ปีแรก รัฐบาลเตรียมจัดสรรถึง 10,000 เมกะวัตต์ให้กับหลังคาบ้านเรือนประชาชนโดยเฉพาะรัฐบาลพร้อมพิจารณาจัดหางบประมาณหรือแหล่งเงินกู้เพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาบ้าน และให้การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าคืนในราคาที่เป็นธรรมในลักษณะเดียวกับโครงการโซลาร์ฟาร์มของภาคเอกชน เปิดทางให้ประชาชนเปลี่ยนจากเพียง “ผู้ใช้ไฟ” มาเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า” หรือ Prosumer

"ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปรับบทบาทไปสู่การพัฒนา Smart Grid, Energy Storage และ Grid Modernization เพื่อยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและมั่นคง รองรับระบบ Direct PPA และการเพิ่มขึ้นของ Prosumer PDP 2026 จึงไม่ใช่เพียงแผนสร้างโรงไฟฟ้า แต่เป็นแผนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศทั้งระบบ ให้สะอาด มั่นคง และเป็นธรรม เพื่อให้พลังงานเป็นฐานสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยและรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” นายเอกนัฏกล่าว