thansettakij
thansettakij
พลังงานเร่งอัปเกรดไฟฟ้าใต้ ดันไทยฮับ ASEAN Power Grid เชื่อม ลาว-มาเลเซีย-สิงคโปร์

พลังงานเร่งอัปเกรดไฟฟ้าใต้ ดันไทยฮับ ASEAN Power Grid เชื่อม ลาว-มาเลเซีย-สิงคโปร์

01 ก.ย. 69 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ย. 69 | 04:16 น.

ไทยเดินหน้าฮับไฟฟ้าอาเซียน ดันคลองแงะเชื่อมพลังงานมาเลเซีย รองรับ ASEAN Power Grid เร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าใต้ รับไฟสะอาด-เศรษฐกิจโต

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานเร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าภาคใต้ โดยติดตั้งระบบปรับปรุงเสถียรภาพไฟฟ้า (STATCOM) ที่สถานีไฟฟ้าคลองแงะ จ.สงขลา เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบ
  • สถานีไฟฟ้าคลองแงะเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญภายใต้โครงการเชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศ (ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์) หรือ LTMS-PIP
  • การพัฒนานี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน (ASEAN Power Grid) และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระดับภูมิภาค

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่มีการขยายตัวทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง คลองแงะ จังหวัดสงขลา เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง และส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงรองรับการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ที่มีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน

โดยระบบเชื่อมโยงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าและสามารถช่วยเหลือกัน เป็นกำลังไฟฟ้าสำรองในยามฉุกเฉิน นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค 

พลังงานเร่งอัปเกรดไฟฟ้าใต้ ดันไทยฮับ ASEAN Power Grid เชื่อม ลาว-มาเลเซีย-สิงคโปร์

 

โดยระบบเชื่อมโยงไฟฟ้าไทย-มาเลเซียถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในระดับอาเซียน ภายใต้โครงการ Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore on Power Integration Project (LTMS-PIP) สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางพัฒนาระบบไฟฟ้า และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน

“การลงพื้นที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง คลองแงะ เพื่อมาตรวจติดตามการลงทุนติดตั้งระบบปรับปรุงเสถียรภาพไฟฟ้าในสายส่ง หรือระบบสแตทคอม ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 แห่งทั่วประเทศ ที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น รองรับการรับซื้อไฟฟ้าสะอาดจากหลังคาประชาชนตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกระดับโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้มีความทันสมัย”

เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ฝ่าย

สำหรับสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะนั้น เป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญภายใต้ความร่วมมือด้านไฟฟ้า 4 ฝ่ายระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ถือเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เป็นรูปธรรม ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไม่ใช่แค่ระดับประเทศ แต่ครอบคลุมถึงระดับภูมิภาค และในอนาคตประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าต่อไปยัง เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนามได้

“กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว”

 

ขณะที่บริษัท Trans Thai-Malaysia (Thailand) จำกัด หรือ TTM อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ และเป็นโครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ 

พลังงานเร่งอัปเกรดไฟฟ้าใต้ ดันไทยฮับ ASEAN Power Grid เชื่อม ลาว-มาเลเซีย-สิงคโปร์

 

โดยกระทรวงได้ติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งความมั่นคง และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การบริหารจัดการพลังงานจึงต้องให้ความสำคัญทั้งด้านการจัดส่งพลังงาน ความต่อเนื่องของระบบ เทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ

ปัจจุบัน TTM กำลังปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน โดยมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Provider ไปสู่การเป็น Value Creator ด้วยการนำสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านในอนาคต โดยปัจจุบัน TTM พัฒนาโครงการสำคัญ (Growth Initiatives) ได้แก่ โครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 5.2 เมกะวัตต์ เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น โครงการเพิ่มมูลค่าจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (GSP Value Added Project) มุ่งเพิ่มการใช้ประโยชน์จากโรงแยกก๊าซและสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม โครงการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ (CYCLOCAP Pilot Project) และการศึกษาโอกาสพัฒนาธุรกิจไบโอมีเทน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต

ทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศไทยในระยะต่อไป ไม่ได้มองเพียงเรื่องการมีพลังงานเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจรูปแบบใหม่ จึงเป็นการสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง และสามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว