thansettakij
thansettakij
ชำแหละ PDP2026 พรายพลชี้จุดเสี่ยง ‘SMR-แบตเตอรี่-CCS’ ตัวแปรสำคัญชี้ชะตาค่าไฟ

ชำแหละ PDP2026 พรายพลชี้จุดเสี่ยง ‘SMR-แบตเตอรี่-CCS’ ตัวแปรสำคัญชี้ชะตาค่าไฟ

21 ส.ค. 69 | 00:11 น.

พรายพลชำแหละแผน PDP2026 ชี้จุดเสี่ยง ‘SMR-แบตเตอรี่-CCS’ ตัวแปรสำคัญชี้ชะตาค่าไฟไทย แนะใช้ TOU กระจายเวลาชาร์จ ลดแรงกดดันระบบไฟฟ้า

KEY

POINTS

  • ศ.ดร.พรายพล ชี้ว่าการบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในแผน PDP2026 เป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูงทั้งด้านกฎหมาย การกำกับดูแล ต้นทุน และการยอมรับจากภาคประชาชน
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบดักจับคาร์บอน (CCS) เป็นอีกสองปัจจัยเสี่ยง โดยความคุ้มค่าของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับราคาในอนาคต ขณะที่ CCS ยังมีต้นทุนสูงและไม่พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์
  • ความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีหลักทั้ง 3 ชนิด (SMR, แบตเตอรี่, CCS) ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตราค่าไฟฟ้าในอนาคต

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงานเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ล่าสุดว่า เป็นแผนที่พยายามจะพิจารณาถึงสิ่งใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (EV) โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่

โดยการปรับเปลี่ยนช่วงพีคเป็น 20.00-21-00 น. น่าจะมาจากความต้องการชาร์จรถอีวี ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับกำลังการผลิต 

โรงไฟฟ้า SMR 90,000 เมกฯ

ด้าน 4 แนวทางที่ออกมานั้น มีข้อสังเกตุก็คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ซึ่งถูกบรรจุไว้ในทุกทางเลือก โดยมีค่อนข้างมากกว่า 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหากลองคำนวณจะเห็นได้ว่าโรงไฟฟ้า SMR 1 โรงผลิตไฟฟ้าได้ 300 เมกะวัตต์ เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ถึง 30 โรง จึงไม่มั่นใจว่าได้มีการเตรียมความพร้อมมากน้อยเพียงใด เพราะ 10 ปีข้างหน้ากว่าจะมีโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรกได้จะต้องมีการเตรียมการหลายเรื่อง 

ชำแหละ PDP2026 พรายพลชี้จุดเสี่ยง ‘SMR-แบตเตอรี่-CCS’ ตัวแปรสำคัญชี้ชะตาค่าไฟ

 

ทั้งเรื่องของกฏหมาย การกำกับดูแล ต้นทุน และโดยเฉพาะเรื่องการยอมรับจากประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรจะต้องคำนึงถึงอย่างมาก ดังนั้น จึงถือว่าความไม่แน่นอนของโรงไฟฟ้า SMR ยังมีอยู่ ในความคิดเห็นส่วนตัวจึงมองว่าควรที่จะต้องระมัดระวังสักหน่อย

ห่วงความไม่แน่นอนทางเทคโนโลยี

อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องของแบตเตอรี่ ซึ่งถูกบรรจุไว้เป็นจำนวนมากกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีหากราคาแบตเตอรรี่ลดลง ส่วนเรื่องก๊าซธรรมชาติก็เห็นว่ามีทางเลือกหลายทาง โดยมีบางแนวทางที่ยังต้องใช้ก๊าซฯปริมาณมาก ซึ่งก็มีการคำนวณว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยที่ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ เพราะต้นทุนยังสูง ซึ่งถือว่าเป็นความไม่แน่นอนอีกประการหนึ่งทางด้านเทคโนโลยี โดยอาจมากกว่าโรงไฟฟ้า SMR

“ใน 4 ทางเลือก หากจะมีการเลือกนอกจากประเด็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ต้องคำนึงถึง ยังมีเรื่องของผลกระทบจากต้นทุนต่ออัตราค่าไฟ ซึ่งเวลานี้อาจจะยังไม่เห็นรายละเอียดมากของแผน แต่ควรที่จะต้องมีความชัดเจน โดยในภาพรวมของแผนถือว่ามีความเหมาะสม ก็คือการมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดให้มากขึ้น ซึ่งหากเกินครึ่งหนึ่งก็จะเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน หรือหากเพิ่มขึ้นไปถึง 70% ก็ยิ่งดี เพื่อมุ่งไปสู่ Net Zero”

ชำแหละ PDP2026 พรายพลชี้จุดเสี่ยง ‘SMR-แบตเตอรี่-CCS’ ตัวแปรสำคัญชี้ชะตาค่าไฟ

 

อย่างไรก็ดีประเด็นที่สำคัญก็คือ ต้องพิจารณาในรายละเอียดเรื่องเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า SMR ,แบตเตอรี่ และ CCS ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนทางเทคโนโลยีและต้นทุน 

อีกทั้งยังมีเรื่องของการตอบสนองต่อความความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand response) ซึ่งตามแผนก็มีการคำนึงถึง โดยจะเป็นส่วนที่ช่วยบริหารจัดการเรื่องการใช้ไฟฟ้าได้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง หรือพีค ที่น่าจะเป็นประโยชน์

กระจายเวลาชารจ์ EV

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งอาจจะมี แต่ไม่เห็นสรุปรายละเอียดมาก็คือ เรื่องของอัตราค่าไฟที่คิดตามช่วงเวลาการใช้งานจริง หรือ Time of Use (TOU) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟในช่วงเวลาที่ความต้องการใช้ไฟน้อย โดยเฉพาะการชาร์จรถอีวี หรือเรียกว่าสร้างแรงจูงใจในการชาร์จให้กระจายช่วงเวลามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดจุดพีคที่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป เพื่อทำให้การใช้ไฟฟ้าในระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต้องเรียนว่าเวลานี้ยังไม่เห็นรายละเอียดของแผน PDP2026 ฉบับเต็ม จึงยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้มาก แต่ก็มีประเด็นที่เคยพูดถึงในการทำ PDP ในช่วงแรกคือ เรื่องระบบหักลบกลบหน่วยไฟฟ้าอัตโนมัติ ระหว่างพลังงานที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ (Net Metering) ,เรื่องการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป และการขยายโซลาร์ลอยน้ำ (Solar Floating) หากสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกในแผนก็ถือว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี