
ค่าไฟไทยคิดอย่างไร เปรียบเทียบง่ายผ่านร้านชานม ค่าไฟฐาน-ค่าบริการ-ภาษี VAT
เจาะลึกค่าไฟไทยแบบง่ายผ่านโมเดลร้านชานม รู้จักค่าไฟฐาน-ค่า Ft และ VAT ก่อนจ่ายบิล ทำไมต้องขึ้น-ลงตามตลาดโลก ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้หมดแล้วที่นี่
KEY
POINTS
- บทความอธิบายโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยเปรียบเทียบส่วนประกอบต่างๆ กับโมเดลธุรกิจร้านชานมเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
- ค่าไฟฟ้าฐาน คือต้นทุนคงที่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เปรียบได้กับค่าเช่าร้านและอุปกรณ์ของร้านชานม
- ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) คือต้นทุนเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปรียบได้กับราคาวัตถุดิบของร้านชานมที่ผันผวน
- ค่าบริการรายเดือนและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เปรียบได้กับค่าบริการของพนักงานและภาษีที่ร้านชานมเรียกเก็บจากลูกค้า
คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน กกพ. ประกาศปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และการทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยมีมติเห็นชอบให้มีผลตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป
โครงสร้างค่าไฟใหม่
การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าดังกล่าว ส่งผลให้ ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยใหม่อยู่ที่ 3.69 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย
และเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าตาม สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที (FT) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย แล้ว ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดลงจาก 3.95 บาทต่อหน่วย มาอยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย
การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าครั้งนี้เป็นการปรับ เฉพาะอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ได้แก่ ประเภทที่ 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และประเภทที่ 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
รวมถึงผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้ง มิเตอร์ขนาดเกิน 5 แอมแปร์ ได้แก่ ประเภทที่ 1.2 ของ กฟน. และประเภทที่ 1.1.2 ของ กฟภ. โดยกำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ โครงสร้างใหม่ดังกล่าวยังนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง กับไฟฟ้าสาธารณะออกจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดยนำค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะออก ในอัตรา 0.0634 บาทต่อหน่วย
สำหรับการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป ส่งผลให้อัตราค่าพลังงานไฟฟ้า (ไม่รวมค่าเอฟทีและภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับหน่วยที่ 201–400 ลดจาก 4.2218 บาทต่อหน่วย เป็น 4.1584 บาทต่อหน่วย และหน่วยที่ 401 ขึ้นไป ลดจาก 4.4217 บาทต่อหน่วย เป็น 4.3583 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับต้นทุนในบิลค่าไฟแบบเข้าใจง่วยด้วยโมเดลธุรกิจร้านชานม
ค่าไฟฟ้าฐาน
- ต้นทุนคงที่ระยะยาวที่เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงสร้าง พื้นฐาน เช่น ต้นทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า โดยหากเปรียบเทียบกับร้านชานมก็คือ ต้นทุนคงที่ของร้าน เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าอุปกรณ์
ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)
- ตันทุนเชื้อเพลิงที่มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาตามราคาตลาดโลก เช่น หากเกิดความไม่สงบของประเทศผู้ส่งออกเชื้อเพลิง ก็อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ซึ่งหากเป็นร้านชานมก็คือ ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนตาม อุปสงค์-อุปทาน เช่น ราคาพลังงานที่ผันผวน ทำให้ต้นทุนการผลิตเปลี่ยนแปลงทั้งขึ้นและลง
ต้นทุนค่าบริการรายเดือน และ VAT 7%
- การจดหน่วยมิเตอร์ การบำรุงรักษามิเตอร์ การดูแลสายไฟฟ้า หม้อแปลง และภาษีมูลค่าเพิ่ม หากเปรียบกับร้านชานมก็คือ ค่าบริการและ VAT 7% ต้นทุนบริการ พนักงานหน้าร้านและภาษีมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ดีปัจจุบันค่า Ft ยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากภาครัฐตรึงราคา และ กฟผ. ยังคงแบ่งเบาด้วยการอุ้มค่า Ft กว่า 35,000 ล้านบาท
โดยค่า Ft จะมีการพิจารณาปรับทุก ๆ 4 เดือน โดย กกพ. หากมีการปล่อยลอยตัวก็จะสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง-หน้าที่
สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
- คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และสำนักงานนโยบาย และแผนพลังงาน (สนพ.) มีหน้าที่กำหนดนโยบาย วางแผน และจัดทำกรอบการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการไฟฟ้า กำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าไฟฟ้า และคุ้มครองผู้ใช้พลังงาน
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีหน้าที่ผลิตและจัดหาไฟฟ้า บริหารระบบส่ง และรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีหน้าที่จำหน่ายไฟฟ้า ดูแลระบบ จำหน่ายและให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่รับผิดชอบ
ที่มา : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย







