
กรมขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี ดัน 6 นโยบายด่วน แจกสิทธิ์ตรวจรถอีวี ฟรี
ครบรอบ 85 ปี กรมขนส่งทางบก เด้งรับคมนาคม ลุย 6 นโยบาย ปลุกโครงการตรวจรถอีวีฟรี พร้อมเปิดดีล Quick Win ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดภาษี EV 80% ดันป้ายทะเบียน EV สีฟ้า หนุนเปิดต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบกฉลองครบรอบ 85 ปี จัดโครงการ "EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์" ให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV, HEV, PHEV) นำรถเข้าตรวจสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกาศขับเคลื่อน 6 นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางบกของไทยให้มีคุณภาพและความปลอดภัยสู่ระดับสากล
- นโยบายสำคัญครอบคลุมการสนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น ผลักดันมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 80% และการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลัง เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกร่วมกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถ ดำเนินโครงการ EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนนำรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าล้วน (BEV) รถไฮบริด (HEV) และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้ารับการตรวจเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้การตรวจดังกล่าวจะครอบคลุมการตรวจความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า การตรวจด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา (OBD) และการตรวจสอบทางกายภาพพร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษารถให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษและปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน รวมทั้งรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ขณะที่การส่งเสริม EV อย่างยั่งยืนไม่ควรวัดเพียงจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น ภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนด้วยว่า เมื่อมีรถ EV บนท้องถนนมากขึ้นประเทศไทยมีมาตรฐานและระบบรองรับด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งต่อตัวรถ ผู้ขับขี่ และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน
นายพิพัฒน์ กล่าวตาอว่า ก้าวต่อไปของกรมการขนส่งทางบกต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเดินทาง ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน และรูปแบบการให้บริการ โดยต้องยกระดับบทบาทจากหน่วยงานที่กำกับดูแลรถไปสู่การกำกับดูแลมาตรฐาน ที่คุ้มครองความปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเตรียมระบบขนส่งทางถนนของไทยให้พร้อมสำหรับเทคโนโลยีในอนาคต
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการลดมลพิษในอากาศ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ทั้งนี้ในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมให้เกิดการใช้รถไฟฟ้าอย่างแพร่หลายจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพ และความปลอดภัยของรถตลอดการใช้งาน
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกจึงได้ร่วมมือกับผู้ผลิตและจำหน่ายรถ จัดทำโครงการ EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำรถไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าล้วน รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด เข้ารับการตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ยังครอบคลุมการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง และระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา (OBD) และการตรวจสอบทางกายภาพ เพื่อประเมินความพร้อมของรถ พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษารถ เพื่อให้สามารถใช้งานรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกจะร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนามาตรฐานการตรวจสภาพรถไฟฟ้า พัฒนาองค์ความรู้และระบบข้อมูลด้านความปลอดภัย ตลอดจนจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลในการใช้งานรถไฟฟ้าอย่างปลอดภัยเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
"เชื่อมั่นว่า โครงการ EV Ready ตรวจฟรี ขับชัวร์ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้า ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไป" นายสรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 85 ปี กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินภารกิจเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม
สำหรับในปีนี้กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นขับเคลื่อนพลังแห่งความปลอดภัยผ่านแนวคิด 4 ให้ คือ ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข โดยมีผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) 6 ด้านสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางบกของประเทศไทยให้ก้าวสู่สากล ได้แก่
1. การส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านการขนส่งทางบก เช่น DLT พร้อมซัพพอร์ตหรือซัพพอร์ต พลัส, โครงการ Govt TOP-UP, โครงการ Taxi ดีพร้อม, ไทยช่วยไทย พลัส, ลดความถี่การตรวจสภาพรถแท็กซี่อายุ 7-9 ปี จาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้งต่อปี, ลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง ทั้งมาตรการ Q Mark Q Cold Chain และการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
2. การสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน การกำหนดรูปแบบและหมวดอักษรแผ่นป้ายทะเบียนใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นพื้นสีฟ้า และมีสัญลักษณ์ ชัดเจนโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถแยกแยะรถ EV ได้อย่างชัดเจน และการผลักดันมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ลง 80% เป็นระยะเวลา 3 ปี
3. มาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน การยกระดับคนและรถเพิ่มหลักสูตรอบรมการคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception Training) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และกำหนดมาตรฐานการชนด้านหน้าและด้านข้างของรถยนต์ (ตามมาตรฐาน UN R94 และ R95) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 2571 ขณะเดียวกันจะดำเนินมาตรการเชิงรุก บังคับให้รถกระบะยกเท (รถดัมพ์) ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนในห้องผู้ขับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุลืมลดกระบะจนชนสะพาน พร้อมยกระดับจุดตรวจ Checking Point 28 แห่ง ให้เป็นสถานีถาวรโดยดึงเอกชนร่วมลงทุน รวมถึงการ แก้ไขวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุน กปถ. เพื่อให้อุดหนุนรถสาธารณะและรถโรงเรียนได้โดยตรง
4. การยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากล ดำเนินการจัดประชุมบูรณาการ Roadmap to School Bus Safety ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. การกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ร่วมมือ 8 แอปพลิเคชันให้บริการรถรับจ้าง เพื่อยกระดับขับรถให้มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ โดยตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป จะห้ามรับผู้ขับรถรายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตฯ และแอปฯ ต้องระงับการจ่ายงานแก่ผู้ที่ทำผิดกฎระเบียบ
6. การต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ ดำเนินการเชื่อมโยงระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรผ่านระบบ Linkage Center กับกรมราชทัณฑ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยลดระยะเวลาออกใบอนุญาต และพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถออนไลน์ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" สำหรับผู้มีอายุไม่เกิน 55 ปี (ขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี)
นอกจากนี้ยังยกเว้นการทดสอบปฏิกิริยา รวมถึงผลักดันระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ด้วยรถบรรทุก (DLT E-Transport License) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และลดการใช้กระดาษอย่างเต็มรูปแบบ (Paperless 100%)







