
ทำไมราคาหน้าปั๊มยังนิ่ง? เปิดต้นทุนน้ำมันไทย 5 ส.ค. 69 หลังราคาดิบโลกดิ่ง
น้ำมันโลกขาลง แต่กองทุนน้ำมันยังวิกฤต เปิดเหตุผลรัฐบาลยังไม่ปรับลดราคาขายปลีก พร้อมเจาะต้นทุนน้ำมันไทยล่าสุด ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดแล้วที่นี่
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง แต่ราคาขายปลีกในประเทศไทยยังคงที่เนื่องจากรัฐบาลใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระหนี้สูง โดย ณ วันที่ 2 ส.ค. 69 มียอดติดลบรวมกว่า 6.9 หมื่นล้านบาท
- การที่ราคาน้ำมันโลกถูกลง ถูกนำไปใช้เพื่อลดการชดเชยและฟื้นฟูสภาพคล่องของกองทุนฯ แทนการปรับลดราคาหน้าปั๊มในทันที
ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถสัญจรได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวล่าสุดทำให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลงอีก 4.57 เหรียญ หลุดไปอยู่ที่ระดับ 75.77 เหรียญ/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 4.ภ1 เหรียญ ลงมาแตะระดับ 79.36 เหรียญ/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 69 เป็นต้นมา แม้ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีการปรับลดลงติดต่อกันหลายวัน
โดย “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปตรวจสอบสถานการณ์โครงสร้างต้นทุนน้ำมันภายในประเทศล่าสุดว่าเป็นอย่างไร และสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เห็นภาพสะท้อนราคาน้ำมันในประเทศ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่าขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงราว 5% หลังคลายความกังวลการสู้รบในตะวันออกกลางจะขยายวงกว้างมากเมื่อกลุ่มฮูตีจากเยเมนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเตรียมถล่มอิหร่านอีกระลอก ก่อนประกาศยกเลิกการโจมตี
กองทุนน้ำมันฯติดลบกว่า 6.9 หมื่นล้าน
แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังมีความเปราะบางอยู่มาก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันผันผวนสูงมาก เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน รัฐยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่นตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพยุงไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 69,782 ล้านบาท แบ่งเป็น
- บัญชีน้ำมันติดลบ 30,329 ล้านบาท
- บัญชีแอลพีจี ติดลบ 39,453 ล้านบาท
ขณะที่ยอดเจ้าหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆรวม 52,936ล้านบาท และเจ้าหนี้เงินชดเชยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงอีก 8,849ล้านบาท หากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งขึ้นอีก สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ก็จะดำเนินการกู้เงินในกรอบวงเงินที่ขอไว้ 20,000 ล้านบาทภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ
ต้นทุนน้ำมันไทย
ส่วนโครงสร้างราคาน้ำมันล่าสุดวันที่ 5 ส.ค. 69 ผ่านเว็บไซด์สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พบว่า
เบนซิน 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.1649 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 7.5000 บาทต่อลิตร
- เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 6.6300 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 39.0949 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.5967 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.1401 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 0.6800 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.9351 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.3546 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 23.7219 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 0.6750 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.5169 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.4270 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ E20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 23.8690 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.0000 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 4.5000 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 26.0190 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.5979 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซออล์ E85
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.6924 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 1.1250 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 3.7600 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 22.2199 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.6025 บาทต่อลิตร
ดีเซล
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 32.6296 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.9200 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 5.6000 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 32.2916 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 1.9981 บาทต่อลิตร
ดีเซล B20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 33.7741 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 5.9530 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 10.3600 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 27.6124 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 2.0044 บาทต่อลิตร
ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปัจจุบันเป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ลิตรละ 45.68 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
- เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.63 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.69 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.32 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.69 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 36.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 36.69 บาท (บางจาก)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (บางจาก)







