
เปิดทุกต้นทุนราคาน้ำมันไทย หลังน้ำมันโลกดิ่งแรง แต่หน้าปั๊มยังราคาเดิม
เจาะลึกโครงสร้างราคาน้ำมันไทย! น้ำมันโลกถูกลง แต่ภาษี-กองทุนยังเป็นตัวแปรใหญ่ พร้อมเปิดทุกต้นทุน ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดแล้วที่นี่
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยยังคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- สาเหตุสำคัญที่ราคาไม่ลดลง เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะติดลบกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท จึงต้องเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดทุน
- โครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกในไทยประกอบด้วยต้นทุนหลายส่วน ทั้งราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต และเงินนำส่งเข้าหรือชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ทำให้ราคาไม่ผันผวนตามตลาดโลกทันที
ราคาน้ำมันตลาดโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวล่าสุดทำให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลงอีก 4.33 เหรียญ แตะระดับ 80.34 เหรียญ/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 4.16 เหรียญ ลดลงมาแตะระดับ 83.77 เหรียญ/บาร์เรล
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 69 เป็นต้นมา แม้ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีการปรับลดลงติดต่อกันหลายวัน
โดย “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปตรวจสอบสถานการณ์โครงสร้างต้นทุนน้ำมันภายในประเทศล่าสุดว่าเป็นอย่างไร และสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เห็นภาพสะท้อนราคาน้ำมันในประเทศ
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 26 ก.ค. 69 จากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นั้น พบว่า ติดลบ 65,755 ล้านบาท แบ่งเป็น
- น้ำมัน -26,366 ล้านบาท
- LPG -39,389 ล้านบาท
ส่วนโครงสร้างราคาน้ำมันล่าสุดวันที่ 4 ส.ค. 69 ผ่านเว็บไซด์ สนพ. พบว่า
เบนซิน 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.6716 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 7.5000 บาทต่อลิตร
- เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 6.1200 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 39.0916 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.600 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.6012 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 1.1400 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.9362 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.3536 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.1838 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 1.1400 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.5188 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.4251 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ E20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.2801 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.0000 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 4.9100 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 26.0201 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.5967 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซออล์ E85
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 24.8193 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 1.1250 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 3.8800 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 22.2268 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.5956 บาทต่อลิตร
ดีเซล
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 33.9185 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.9200 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 6.8900 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 32.2905 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 1.9993 บาทต่อลิตร
ดีเซล B20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 34.8918 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 5.9530 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 11.4700 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 27.6201 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 1.9967 บาทต่อลิตร
ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปัจจุบันเป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ลิตรละ 45.68 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
- เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.63 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.69 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.32 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.69 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 36.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 36.69 บาท (บางจาก)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (บางจาก)







