thansettakij
thansettakij
กกพ.ชงรัฐบาล ‘โซลาร์ฟาร์มชุมชน’ สะดุด 3 ปมใหญ่ แจกส่วนลดค่าไฟเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ

กกพ.ชงรัฐบาล ‘โซลาร์ฟาร์มชุมชน’ สะดุด 3 ปมใหญ่ แจกส่วนลดค่าไฟเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ

10 มิ.ย. 69 | 07:13 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 07:52 น.

กกพ.ส่งการบ้านรัฐบาล โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนติดข้อกฎหมาย วิธีคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ชี้ต้องตอบโจทย์คนทั้งประเทศ ระบุต้องทำงานร่วมกันระหว่างฝั่นนโยบายและกำกับ

KEY

POINTS

  • โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนเผชิญปัญหาสำคัญ กรณีการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าเฉพาะในพื้นที่ติดตั้ง ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ควรให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งประเทศ
  • เกิดข้อสงสัยในการดำเนินโครงการ 2 ประเด็น คือ เหตุใดจึงจำกัดพื้นที่เฉพาะของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และเหตุใดต้องให้บริษัทในเครือ กฟภ. เข้ามาถือหุ้น
  • กกพ. ได้รวบรวมประเด็นปัญหาและผลการรับฟังความคิดเห็นเสนอให้รัฐบาลพิจารณา เพื่อทบทวนเงื่อนไขและตัดสินใจแนวทางของโครงการต่อไป

โครงการ "โซลาร์ฟาร์มชุมชน" (Community-based Solar Power Generation) เป็นนโยบายของกระทรวงพลังงานในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานระดับท้องถิ่น โดยผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อแห่ง

ซึ่งมีการตั้งเป้ากำลังผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ และนำรายได้ส่วนหนึ่งหรือส่วนลดค่าไฟส่งตรงกลับคืนสู่ครัวเรือนในพื้นที่เป้าหมาย

โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้กำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้า โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA รับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) อัตราไม่เกิน 2.25 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี

 

ติด 3 ปมปัญหา

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับโซลาร์ฟาร์มชุมชน โดยพบว่ายังติดปัญหา 3 ข้อ ประกอบด้วย

  • จะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ที่จะลดค่าไฟให้กับชุมชน เนื่องจากตามหลักการจะต้องลดทั้งประเทศ ดังนั้น การลดค่าไฟเฉพาะชุมชนอาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้

กกพ.ชงรัฐบาล ‘โซลาร์ฟาร์มชุมชน’ สะดุด 3 ปมใหญ่ แจกส่วนลดค่าไฟเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ

  • เหตุใดพื้นที่ที่จะเปิดดำเนินการโซลาร์ฟาร์มชุมชนจึงมีแค่พื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือกฟภ. (PEA) ไม่มีพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง หรือกฟน. (MEA)  
  • เหตุใดต้องมีบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ พีอีเอ เอ็นคอม ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแห่งแรกของกฟภ. เป็นผู้ถือหุ้น เพราะอะไร

ชงเรื่องสู่สนพ.-รัฐบาลพิจารณา

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ไดันำเสนอผลของการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนให้กับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

โดยจากการรับฟังความเห็นพบว่า เรื่องการแบ่งผลปรระโยชน์ (Benefit) จะเป็นไปในลักษณะใด จะจำกัดเฉพาะพื้นที่ที่มีการติดตั้งโซลาร์ หรือจะกระจายไปทั้งประเทศ

“ในความคิดเห็นกาสรระบุว่าตามหลักการควรกระจายทั้งประเทศ เนื่องจากประเทศไทยใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเดียวกันทั่วประเทศ (Uniform Tariff)”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ พีอีเอ เอ็นคอม ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแห่งแรกของกฟภ. เป็นผู้ถือหุ้นเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ จะเข้าเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ร่วมทุนหรือไม่

และวิธีการคัดเลือกผู้ทำโครงการ โดยกำลังพิจารณาความเหมาะสมระหว่างระบบ ใครมาก่อนได้ก่อน" (First Come, First Served) กับวิธีการอื่น ๆ ซึ่งต้องการดูที่คุณสมบัติ ความพร้อม และความแข็งแรงของผู้ประกอบการเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อได้สิทธิ์ไปแล้วจะสามารถดำเนินโครงการได้จริงตามที่ตกลงไว้

“กกพ.เสนอไปที่รัฐบาลแล้ว โดยเชื่อว่ารัฐบาลก็อยู่ระหว่างการทบทวนเงื่อนไขว่าควรจะออกเป็นอย่างไร ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีการตัดสินใจอย่างไร เพื่อการเดินหน้าโครงการต่อไป ส่วน กกพ. ถือว่าทำหน้าตามขั้นตอนที่หนึ่งได้เสร็จสมบูรณ์”

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวต่อไปอีกว่า การดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนดังกล่าวจะต้องมีการทำงานร่วมกัน หรือประสานกันระหว่างฝั่งนโยบาย และฝั่งผู้กำกับ ซึ่งจะต้องทำตามขอบเขตอำนาจที่กำหนดไว้ เมื่อพบประเด็นปัญหาก็ต้องนำเสนอ เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะทำอย่างไรต่อไป