
‘สารัชถ์’ หารือ ‘โต เลิม’ ขยายลงทุนเวียดนาม ดันพลังงานหมุนเวียน 247 เมกฯ
สารัชถ์หารือโต เลิมขยายบทบาทลงทุนเวียดนาม ดันพลังงานหมุนเวียน 247 เมกะวัตต์ เดินหน้ายกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ ระบุ GULF พร้อมหนุนลงทุนพลังงานแห่งอนาคต
KEY
POINTS
- นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหาร GULF หารือกับ นายโต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อขยายความร่วมมือด้านการลงทุนในโอกาสที่ผู้นำเวียดนามเยือนไทย
- GULF แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนเวียดนาม เพื่อขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
- ปัจจุบัน GULF มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เวียดนามแล้ว 3 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 247 เมกะวัตต์
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้รับเกียรติร่วมคณะรัฐบาลและคณะนักธุรกิจไทยชั้นนำ เพื่อให้ต้อนรับและพบปะแลกเปลี่ยนกับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2569 โดยนับเป็นการเยือนประเทศไทยครั้งแรกของนายโต เลิม ภายหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศไทยยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ผู้นำเวียดนามเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะประธานาธิบดีเวียดนาม
ภายใต้ความสัมพันธ์ไทย – เวียดนาม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงมาตลอด 50 ปี GULF มีบทบาทในการร่วมสร้างความมั่นคงและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศเวียดนาม ผ่านการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องรวม 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 247 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ โดย GULF พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนเวียดนามผลักดันการลงทุนพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานใน 2 ประเทศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและกระแสมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
“ความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเจตนารมณ์ของผู้นำไทยและเวียดนามจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ทำให้ทั้ง 2 ประเทศเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน GULF ในฐานะภาคเอกชนไทยชั้นนำ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ซึ่ง GULF มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อน “New Engines of Growth” ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ประชาชนไทยและเวียดนามต่อไป”







