
‘PSGC’ รุกโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ รับเทรนด์พลังงานสะอาดอาเซียน
‘PSGC’ เดินหน้าลุยโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ รับเทรนด์พลังงานสะอาดอาเซียน เผย กำไรนิวไฮ 267 ล้านบาท โต 171% ปิดดีล NT เวียดนาม 750 ล้านบาท ปักธงค้าถ่านหิน 4 ล้านตันปีนี้
KEY
POINTS
- PSGC เดินหน้าพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) เพื่อเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
- ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาและยกระดับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิมให้เป็นระบบ PSH
- กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและบูรณาการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของอาเซียน
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 ว่า มีรายได้รวม 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 267.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171% ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท
โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน ควบคู่กับการรวมผลประกอบการของบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) เข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป
"ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์มาจากยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านองค์กรของ PSGC จากผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร สู่ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค กำลังเดินมาถูกทาง การขยายธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานในกลุ่มประเทศ CLMV ไม่เพียงสร้างฐานรายได้ใหม่ที่มั่นคงและต่อเนื่อง แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของบริษัทจากที่พึ่งพาโครงการก่อสร้างเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีความเสถียรและเติบโตควบคู่ไปกับความต้องการพลังงานของภูมิภาค เรามั่นใจว่าโมเมนตัมที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบรรลุเป้าหมายรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2569 นี้ และขยายฐานรายได้สู่ระดับมากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีภายในปี 2578"
อย่างไรก็ดี หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ PSGC คือเดินหน้าขับเคลื่อนซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่าน Nam Tien Limited Liability Company (NT) บริษัทสัญชาติเวียดนามที่ดำเนินธุรกิจห่วงโซ่อุปทานด้านทรัพยากรพลังงาน และการขนส่งถ่านหินข้ามพรมแดนระหว่างสปป.ลาว และเวียดนาม
โดย PSGC ได้เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 64% มูลค่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 750 ล้านบาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พร้อมเริ่มรวมงบการเงินตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ NT มีวางเป้าหมายในการขายถ่านหินจำนวน 4 ล้านตันในปี 2569 ภายใต้สัญญาซื้อขายกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนาม
รุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
กลยุทธ์ที่สอง PSGC กำลังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่จะรองรับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค
ซึ่งบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite Du Laos: EDL) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อศึกษาการพัฒนาและยกระดับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิมให้เป็นระบบ PSH พร้อมบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ สอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของอาเซียน
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจรซึ่งเป็นฐานธุรกิจหลักของ PSGC มาตลอดกว่า 40 ปี ยังคงเดินหน้าสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการ XPPL Expansion Phase 1 และโครงการก่อสร้างชุมชนใหม่และสาธารณูปโภคพื้นฐานในสปป.ลาว ทั้งนี้ ทิศทางในระยะถัดไป PSGC จะมุ่งคัดสรรโครงการก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มบริษัทเป็นหลัก เพื่อสร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ และสร้างมูลค่าเพิ่มข้ามธุรกิจ (Cross-business Value Creation) ภายในเครือ PSGC
ปรับโครงสร้างทุนทางบัญชี
นอกจากการขยายธุรกิจเชิงรุกแล้ว PSGC ยังได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างทุนทางบัญชี ด้วยการรวมหุ้นและลดทุน (Reverse Stock Split) เพื่อเพิ่มความชัดเจนของมูลค่าหุ้นที่สะท้อนศักยภาพของบริษัทอย่างแท้จริง การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างทุนทางบัญชีให้เหมาะสมกับทิศทางธุรกิจใหม่ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระยะยาว
นางสาวสมฤดี ห์ลีละเมียร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาสแรกปี 2569 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของ PSGC และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานเกี่ยวกับซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่าน NT ที่เริ่มรวมงบการเงินตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อรายได้และกำไรของ PSGC ในระยะยาว
นอกจากนี้ การปรับปรุงโครงสร้างทุนทางบัญชีผ่านการรวมหุ้นและลดทุน จะช่วยให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความชัดเจน ทั้งหมดนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า PSGC จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ระยะยาวมากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2578







