
สงครามอิหร่าน 50 วัน สะเทือนตลาดพลังงานโลก รายได้วูบ 1.65 ล้านล้านบาท
สงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 50 วัน สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อตลาดพลังงานโลก ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากระบบมากกว่า 500 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1.65 ล้านล้านบาท
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ 50 วัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกกว่า 500 ล้านบาร์เรล
- ผลกระทบดังกล่าวสร้างความเสียหายทางรายได้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.65 ล้านล้านบาท ซึ่งนับเป็นภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
- สาเหตุสำคัญเกิดจากความปั่นป่วนที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลัก ทำให้การส่งออกจากผู้ผลิตในอ่าวอาหรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 50 วัน สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อตลาดพลังงานโลก จากปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากระบบกว่า 500 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางรายได้ราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.65 ล้านล้านบาท)
รายงานจาก Reuters ระบุว่า สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ ทำให้เกิดการช็อกด้านอุปทานพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยปริมาณน้ำมันที่หายไปเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันของโลกประมาณ 5 วัน หรือใกล้เคียงกับการบริโภคทั้งเดือนของสหรัฐ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือความปั่นป่วนที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20% ของการค้าทางทะเลทั่วโลก การปิดกั้นและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องชะลอหรือเปลี่ยนเส้นทาง
ผลกระทบดังกล่าวทำให้การส่งออกน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตหลักในอ่าวอาหรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บางส่วนยังสามารถผลิตได้ แต่ไม่สามารถขนส่งออกสู่ตลาดได้ตามปกติ
ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดสูงสุด กำลังการผลิตน้ำมันในภูมิภาคหายไปมากถึงหลายล้านบาร์เรลต่อวัน จากการหยุดดำเนินงานของแหล่งผลิต การอพยพแรงงาน และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในหลายประเทศยังได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั้งระบบชะงักงัน
แม้น้ำมันไม่ได้สูญหายทางกายภาพ แต่การที่ไม่สามารถผลิต ขนส่ง และส่งออกได้ทำให้รายได้ของผู้ผลิตหายไปจำนวนมหาศาล โดยคำนวณจากราคาน้ำมันเฉลี่ยราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มา รอยเตอร์







